» Product Test : Speaker  
Bose M2
ลำโพงเล็กพริกขี้หนู คุณภาพเสียงเผ็ดร้อนถึงใจ




ในครั้งก่อนทาง บริษัท อัศวโสภณ ได้ส่งลำโพงแบบพกพายี่ห้อ Bose มาทดสอบ สิ่งหนึ่งที่ยังค้างในความรู้สึกก็คือ สินค้าแบบไฮเอนด์ นั้นมีเสน่ห์มากมายเหลือเกิน ถึงแม้จะเวลาจะผ่านไประยะหนึ่งแล้ว ความประทับใจในตัวสินค้าก็ยังติดตราตรึงใจอยู่อย่างไม่ลบเลือน และแล้วเช้าวันหนึ่ง เมื่อตัวผมได้เดินเข้ามาในออฟฟิศพร้อม iPOD และหูฟังตัวโปรด สายตาเจ้ากำเหลือบไปเห็น กล่องที่หน้าตาคุ้นๆ และนั้นก็คือสินค้าชิ้นใหม่ที่ทางบริษัท อัศวโสภณส่งมาทดสอบ มีชื่อว่า Bose M2 ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้กับตัวผมไม่น้อยเลย หลังจากนั้นไม่นานก็ได้รับโทรศัพท์สายตรงจากทาง บริษัท อัศวโสภณ เกี่ยวกับการจัดวางตัวลำโพง เนื่องจากเค้ากลัวว่าจะมีการจัดวางในพื้นที่ ที่กว้างมากเกินไป และอาจจะไม่ได้รับเสียงที่น่าประทับใจมากนัก





แกะกล่องใบเล็ก เพื่อสัมผัสพลังเสียงช้างถีบ!!!
ด้วยความตื่นเต้นที่ได้รับสินค้าคุณภาพสูงมาทดสอบ จึงได้เวลาที่จะเก็บลำโพงตัวเก่าที่ใช้งานเป็นประจำ และจัดโต๊ะใหม่ให้เรียบรอบเพื่อทำการทดสอบคุณภาพเสียง Bose M2 เริ่มแกะกล่องอุปกรณ์ต่างๆ สิ่งแรกที่เห็นจากสายตาก็คือตัวลำโพงที่มีขนาดเล็กมาก และในกล่องยังแถมแผ่น Audiophile ของทาง Bose เพื่อนำมาใช้ทดสอบการฟังอีกด้วย สำหรับอุปกรณ์ต่างๆในกล่องนั้น นับได้ว่าจัดชุดมาอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นหม้อแปลงไฟแบบยูนิเวอร์แซล (Universal) ที่สามารถใช้งานได้ทั้งไฟฟ้าแบบ 110 วัตต์ และ 220 วัตต์ จึงทำให้สามารถใช้งานได้ทั่วโลกและหมดกังกลเรื่องหม้อแปลงระเบิดในเมื่อเสียบไฟผิด แต่นอกจากหม้อแปลงที่เป็นระบบยูนิเวอร์แซลแล้ว ทาง Bose เองได้ให้ความสำคัญกับหัวต่อแบบต่างๆ ซึ่งแต่ละประเทศจะมีรูปแบบการใช้งานไม่เหมือนกันอีกด้วย ในกล่องจึงแถมหัวต่อมาหลายแบบด้วยกัน และสิ่งสุดท้ายในกล่องก็คือ รีโมทคอนโทรล ที่มีเอกลักษณ์ด้วยการใช้งานอย่างเรียบง่ายตามแบบฉบับของ Bose ด้วยปุ่มกดเพิ่มเสียง และเปิด – ปิด ตัวลำโพงเท่านั้น




ฟีเจอร์โดดเด่นพิเศษ และมากกว่ากับ Bose M2

แน่นอนที่สุด สัมผัสแรกก็คือความเลิศหรูจากวัสดุที่นำมาผลิตเป็นลำโพงขนาดเล็กตัวนี้ด้วย อลูมิเนียม ทั้งตัว มีสีเงินบรอนซ์ และมีน้ำหนัก 0.5 กรัม ซึ่งน้ำหนักของลำโพงทั้งสองตัวจะต่างกัน เนื่องจาก ลำโพงด้านขวาจะมีตัวคอนโทรลเลอร์ที่ควบคุมทั้งเสีย และสวิตซ์ ปิด – เปิด ไว้ด้วย แน่นอนที่สุด วัสดุที่ผลิตตัวลำโพงนับว่ามีความสำคัญกับคุณภาพเสียงเป็นอย่างมาก แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ วัสดุที่ให้กำลังขับเสียง และ ดอกลำโพง เรามาเริ่มกันที่ ระบบเสียงอคูสติกที่โดดเด่นและจัดได้ว่าเป็นความพิเศษอย่างยิ่งสำหรับ M2 ด้วยการใช้ดอกลำโพงแบบ Neodymium ซึ่งเป็นดอกลำโพงที่ใช้ในเครื่องเสียงแบบไฮเอนด์ เพื่อรีดพลังเสียงและสมรรถภาพออกมาให้ได้มากที่สุด และบวกกับดอกลำโพงที่ให้การตอบสนองย่านความถี่ต่างๆแบบ Full-Range หรือที่เรียกอย่างง่ายๆว่าตอบสนองทุกย่านความถี่ในหนึ่งดอกลำโพงจึงทำให้ คุณภาพเสียงที่ได้รับสดใส และเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้นอีกด้วย หลายท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้อาจจะสงใสแล้วว่าแค่ดอกลำโพงแบบพิเศษ และวัสดุที่นำมาผลิตเพียงเท่านี้นะหรอ จะทำให้คุณภาพเสียงสุดยอดด! แต่ผมคงต้องบอกว่านี้ยังไม่ใช้ทั้งหมด เนื่องจากลำโพงจาก Bose จะให้ธรรมดาแบบนี้ คงไม่มีอะไรตื่นเต้นเร้าใจ สำหรับ Bose M2 นั้นได้ติดตั้ง DSP (Digital Signal Processing) หรือชิปที่จะเป็นตัวควบคุมระบบเสียงต่างๆแบบเดียวกับที่มีอยู่ในซาวนด์การ์ด จึงทำให้เสียงที่ได้รับสม่ำเสมอและเทียงตรงมากยิ่งขึ้น ระบบสุดท้ายที่ได้ติดตั้งมากับเจ้าลำโพงเล็กจิ๋วตัวนี้ก็คือ Active Electronic Equalization ซึ่งจะช่วยในการปรับเสียงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นย่านต่ำ (เสียงทุ้ม) ย่านกลาง และย่านสูง ให้มีความสมดุลในทุกระดับเสียง





ระบบการทำงาน BOSE M2 Music Monitor แค่คิดก็เสียวแล้ว!!!


รับเสียงที่ถ่ายถอดออกจากพีซี -> อินพุตเข้ามาที่ตัวลำโพง -> ประมวลผลเพื่อปรับสมดุล และให้ความเที่ยงตรงของเสียงด้วย DSP (Digital Signal Processing) -> ส่งต่อมาให้กับระบบ Active Electronic Equalization เพื่อปรับเสียงในย่านต่างๆ ให้พอดีกับความดังที่เปิดใช้งานลำโพง -> สุดท้าย แสดงผลผ่านดอกลำโพงแบบ Neodymium ที่จะรีดพลังเสียงอย่างสุดฤทธิ์!!!

ง่ายๆ กับการเชื่อมต่อ และ การควบคุมได้ดังในนึก

ก่อนที่จะทดสอบการฟัง สิ่งแรกที่จะต้องเจอก่อนก็คือ การเชื่อมต่อ ซึ่งนับว่าทาง Bose ได้ออกแบบลำโพงตัวนี้มาอย่างยอดเยี่ยมไร้เทียมทานยิ่งนัก ด้วยภาคการเชื่อมต่อที่แสนจะง่ายดาย ที่ด้านหลังของตัวลำโพงจะมีช่องสำหรับเชื่อต่อ สามช่องด้วยกัน นั่นก็คือหนึ่ง To Left Speaker สำหรับต่อลำโพงตัวซ้าย ช่องที่สองจะเป็นช่องสำหรับเชื่อมต่อแหล่งพลังงาน และสามกับ Audio Input หรือช่องสำหรับอินพุตสัญญาณจากพีซีนั่นเอง โดยการเชื่อมต่อนั้นก็จะแบบมาตรฐานทั่วๆไป ซึ่งจะเป็นหัวต่อแบบ 3.5 มิลิเมตร ที่สามารถใช้งานได้ทั้ง เครื่องเล่นเพลงดิจิตอล และ พีซีแบบปรกติทั่วๆ ไป หลังจากที่ทำการเชื่อมต่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อเปิดสวิทซ์จากตัวลำโพง ตัวขวามือ จะมีไฟส่องสว่างสีขาว เพื่อเป็นสัญญาณว่าเริ่มการใช้งานลำโพงแล้ว สำหรับการเพิ่ม หรือ ลด เสียงนั้น สามารถสังเกตได้จากแสงสีขาวที่ตัวลำโพงว่าใช้ระดับเสียงไปมากเท่าไร โดยเมื่อเสียงสุดแล้ว ที่ไฟสีขาวที่หน้าลำโพงจะกระพริบเป็นสัญญาณถี่ๆ เพื่อบอกถึงระบบเสียงที่ใช้งานอยู่ สิ่งสุดท้ายที่จะพูดก่อนที่จะได้สัมผัสกับพลังเสียงก็คือ รีโมทคอนโทรล ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างเรียบง่าย สามารถใช้ฟังก์ชั่นหลักได้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นการ ปิด- เปิด ตัวลำโพง และ เพิ่ม – ลด เสียง เอาละ เล่ามาถึงตรงนี้ ก็ได้เวลาที่จะทำการทดสอบการใช้งานกันอย่างจริงจังซักที จะรอช้าอยู่ใย มาเริ่มกันเลย

เลือกสนามรบให้กับขุนพล M2
แน่นอนที่สุดและนับได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญก่อนที่จะทำการทดสอบลำโพงทุกๆครั้ง ตัวผู้ทดสอบเองได้มีการ Burn-in เพื่อให้ลำโพงสามารถแสดงผลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยไฟล์ไล่ย่านความถี่ 4 Hz – 25 kHz สำหรับอัลบั้มที่ได้นำมาทดสอบในครั้งนี้ จะเลือกจากผลงานที่เป็น Audiophile มาหนึ่งอัลบั้ม และอีกหนึงผลงานเพลงที่มีรายละเอียดต่างๆมากมาย เพื่อให้ลำโพงโชว์พลังได้อย่างเต็มที่ สำหรับเพลงที่นำมาทดสอบนั้นมาจากแผ่น CD ต้นฉบับ โดยไม่ผ่านการแปลงเป็นไฟล์ก่อนแต่อย่างได เพื่อให้ได้รับคุณภาพเสียงแบบเต็มๆ

มาเริ่มกับอัลบั้มแรกที่ได้เลือกมาเพื่อทำการทดสอบ กับ Emi Fujita – Camomile ซึ่งเป็นเพลงแนวโฟล์คและป๊อป ที่มีการผสมผสานกันได้อย่างลงตัว สำหรับนักร้องนำนั้น เคยเป็นสมาชิกวง Le Couple มาก่อน เพลงต่างๆในอัลบั้มเน้นไปที่คุณภาพเสียงและกระบวนการ การทำงานในห้องอัดอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งอัลบั้มนี้ได้รับการบันทึกเสียงแบบและทำมาสเตอร์ริ่ง (Mastering) 24 bit/192 kHzเพื่อถ่ายทอดเสียงของเครื่องดนตรี และเสียงร้องอย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด บทเพลงในอัลบั้มนี้จะเป็นเพลงที่เคยได้รับความนิยมในอดีต ไม่ว่าจะเป็นเพลงดัง In My Life ของ The Beatle, Unchained Melody ของ Rigteous Brothers และ Desperado ของThe Eagles เสียงแรกที่เริ่มเปิดฟัง หลังจากทำการ Burn-in ทำให้ผมเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงเครื่องดนตรีที่มีความเป็นอคูสติก และชัดเจนเป็นอย่างมาก สิ่งที่พิเศษมากที่สุดสำหรับการรับฟังในครั้งนี้ก็คือ “มิติ” ต่างๆที่แสดงออกมาอย่างน่าตื่นตลึง เสียงเครื่องสายที่หลบด้านหลัง และเสียงร้องเด่นชัดที่ตรงกลาง เสมือนกับว่า คนร้องนั้นมายืนอยู่ตรงด้านหน้า เครื่องเป่านับว่าทำได้อย่างน่าขนลุกอย่างยิ่ง เนื่องจากในเพลง Down By The Salley Gardens นั้นจะมีช่วงที่ใช้ ฟรุต เสียงที่ได้รับฟัง ไม่ใช้เพียงเสียง ฟรุต เพียงอย่างเดียว แต่สิ่งที่รับก็คือน้ำหนักของลมจากริมฝีปาก ซึ่งเป็นเสียงที่ไม่ค่อยได้ยินในลำโพงสำหรับพีซี และสิ่งนี้ทำให้รู้สึกประทับใจมากมายกับลำโพงตัวนี้

อัลบั้มที่สอง ที่นำมาทดสอบนั้น เป็นผลงานเพลงจาก John Powell หากเอ่ยถึงชื่อนี้หลายท่านอาจจะสงใสว่า เค้าทำเพลงแนวไหน แต่หากเป็นท่านที่รักในการชมภาพยนตร์แล้วละก้อ คงร้อง อ๋อ กันทุกคนเนื่องจากอัลบั้มที่นำมาทดสอบนี้ เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Bourne Ultimatum ที่มีทั้งเครื่องดนตรีแบบ อิเล็กทรอนิกส์ และยังผสมผสานกับเครื่องดนตรีแบบ Big Band จึงทำให้อัลบั้มนี้มีความน่าสนใจไม่น้อย ด้วยมิติ และรายละเอียดของเครื่องดนตรีที่มากมายอัดแน่นด้วยคุณภาพตลอด 50 นาที พร้อมกับเพลงพิเศษจาก Moby เจ้าพ่อเพลงอิเล็กทรอนิกส์แด๊นกับเพลง Extreme Ways เมื่อเริ่มฟังกับจากเพลงแรกจนไปถึงเพลงสุดท้าย สิ่งที่น่าประทับใจนอกเหนือจากเสียงใสๆ ก็คือ มิติที่ชัดเจน แบ่งระดับความดังเบาได้อย่างน่าตื่นตลึง สิ่งที่ต้องขอชมอันดับแรกก็คือระบบ Active Electronic Equalization ที่ช่วยในการปรับปรุงเสียงต่างๆ และเมื่อทำการเพิ่มเสียง หรือ ลดเสียง ระบบนี้จะช่วยชดเชยให้เสียงที่เบาและซ่อนอยู่ด้านหลังสามารถแสดงออกมาได้อย่างเด่นชัดมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเปิดเสียงเบาเท่าไรก็ตามลำโพงก็จะยังแสดงมิติ ได้อย่างยอดเยี่ยม อีกสิ่งหนึ่งที่สร้างความตื่นตลึงไม่น้อยไปกว่าเรื่องของมิติก็คือ เสียงในย่านต่ำ “เบส” ด้วยความเล็กของตัวโพงแบบ 2 แชนแนล เท่านั้นไม่มีตัวซัฟวูเฟอร์อื่นๆมาเกี่ยวข้อง แต่ก็ยังให้เสียงเบส ได้อย่างนักแน่นถึงใจ เมื่อฟังมาจนถึงเพลง Extreme Ways ซึ่งใช้เครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ และให้เสียงเบสแบบ บึมๆ ก็ยิ่งทำให้เกิดความมั่นใจอย่างยิ่งว่าลำโพงตัวนี้ หากใครที่ชอบฟังเพลงที่มีรายละเอียดและคุณภาพเสียงที่ดี แต่ในบางอารมณ์อยากจะฟังเพลงแบบมันส์ๆ หนักๆ บ้างแล้วละก็ต้องขอบอกเลยว่า Bose M2 สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้อย่างแน่นอน

โดยรวมแล้ว นับว่าเป็นลำโพงที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว แต่เป็นที่หน้าเสียดาย ที่หน้ากระดาษน้อยไปซักนิด จึงไม่สามารถนำเรื่องที่ทำการทดสอบกับงานดนตรีมาลงได้ แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับการทดสอบการฟังและการใช้งานทั่วๆไปนั้น สร้างความประทับใจได้อย่างมากมายจริงๆ สำหรับเสียงเบสนั้นค่อนข้างน่าแปลกใจจึงต้องขอใช้คำว่า “เสียงเบส พลังช้างศาล” ทำไมต้องช้างศาล เหตุผลก็เพราะว่าไม่จำเป็นต้องเห็น แต่คุณจะสัมผัสได้ถึงการมีตัวตนอยู่




BuyCOMs Say: นับว่าเป็นลำโพงที่น่าสนใจอย่างมาก ด้วยความเลิศหรูจากวัสดุที่ผลิตขึ้นมา และคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมไร้เทียมทาน และจะเหมาะอย่างยิ่งหากต้องการจัดวางในพื้นที่ ที่ค่อนข้างจำกัดเนื่องจากตัวลำโพงมีขนาดเล็กมาก

คะแนน 98%

ติดต่อ บริษัท อัศวโสภณ จำกัด

โทรศัพท์ 02-266-88136-8

เว็บไซต์ www.bosethailand.com