BuyCOMs.com

Subscribe to Story Subscribe to Story Find Us one Story







Story : บทความที่น่าสนใจ

USB Type-C อนาคตการเชื่อมต่อที่คล่องตัว ฉับไว ชาร์จไฟได้ดีขึ้น

April 30th, 2016 | in Story |


USB เป็นพอร์ตที่มีการใช้งานมาอย่างยาวนานพร้อมกับมีการพัฒนาความสามารถในการเชื่อมต่อให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการนำมาใช้งานกับอุปกรณ์ที่หลากหลายมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์พีซี, โน้ตบุ๊ก หรือแม้แต่สมาร์ทโฟน/แท็บเล็ต จนได้มีการพัฒนามาถึง USB Type-C ที่เป็นพอร์ตการเชื่อมต่อแบบใหม่ให้ความคล่องตัวมากกว่าเดิม
1

สำหรับมาตรฐานการเชื่อมต่อที่เรารู้จักกันดีอย่าง USB (Universal Serial Bus) นั้น มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในแง่ของรูปแบบและความเร็วที่ตอบสนองการใช้งานได้อย่างน่าทึ่ง กับจุดเด่นคือ การเชื่อมต่อและพร้อมใช้งานได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งรองรับกับอุปกรณ์ต่อพ่วงในแบบต่างๆ อย่างครบครัน เรียกว่าตั้งแต่อุปกรณ์พื้นฐาน เมาส์ คีย์บอร์ด พรินเตอร์ ไปจนถึงเข้าอุปกรณ์โมบายล์และอื่นๆ พร้อมรูปแบบการเชื่อมต่อที่มีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับการใช้งานอีกมากมาย อย่างที่พบเห็นกันในปัจจุบัน เช่น USB Type-A, Mini-USB, Micro-USB ที่ต่างมีบทบาทสำคัญในการใช้งานในปัจจุบัน

การพัฒนาของ USB

หากจะเรียงลำดับตามการพัฒนาที่เกิดขึ้น อาจจะต้องนับตั้งแต่ USB Type-A ที่คุ้นเคยกันในปัจจุบัน เนื่องจากมีการใช้งานกันอย่างแพร่หลาย กับอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งเริ่มจาก USB Type-A ในเวอร์ชัน 1.1 อันเป็นที่รู้จักกันตั้งแต่ช่วงปี 1998 จนในปัจจุบันที่ USB Type-A 1.1 ได้กลายมาเป็นเวอร์ชัน 2.0 เมื่อปี 2000 ด้วยความโดดเด่นในการถ่ายโอนข้อมูลได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

2

 

จนมาถึง USB Type-A 3.0 ที่เริ่มมีการใช้งานมาตั้งแต่ปี 2008 แต่เนื่องจากยังไม่มีความแพร่หลายของอุปกรณ์ที่ยังไม่รองรับการใช้งาน USB 3.0 มากนัก จึงทำให้ USB Type-A 3.0 ยังไม่ได้เป็นที่นิยมนัก จนมาถึงในปัจจุบันที่มาตรฐานของ USB Type-A เวอร์ชัน 3.0 ได้รับความนิยมมากขึ้น รวมถึงมีอุปกรณ์มากมายออกมารองรับการใช้งาน รวมถึงสามารถถ่ายโอนไฟล์ได้เร็วกว่าเวอร์ชัน 2.0 อย่างเห็นได้ชัด โดยจุดเด่นสำคัญของอุปกรณ์ที่รองรับพอร์ต USB 3.0 นี้คือ ด้านในพอร์ตจะเป็นสีฟ้า เพื่อให้เกิดความแตกต่างระหว่าง USB 2.0 กับ USB 3.0

เดิมทีอินเทอร์เฟซแบบ USB นั้นมีการปรับตัวให้เข้ากับแพลตฟอร์มของคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆ และรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่มีแนวโน้มเล็กลงเรื่อยๆ จนมาถึงจุดที่ USB แบบดั้งเดิมมีขนาดใหญ่จนเกินข้อจำกัดของพอร์ตมาตรฐานจะเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ต่อไป จึงมีการพัฒนาอินเทอร์เฟซในมาตรฐาน USB Type-B เข้ามา เพื่อให้รองรับแพลตฟอร์มที่มีความทนทานและเล็กพอสำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์รุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบัน แต่นั่นก็ยังไม่ได้ตอบโจทย์การเชื่อมต่ออินเทอร์เฟซดังกล่าวนี้อย่างครบถ้วนนัก เพราะหลายครั้งการเชื่อมต่อที่ต้องการใช้งานได้หลากหลายและต้องการความทนทานในการใช้งานมากยิ่งขึ้น จึงต้องมีการพัฒนาที่ตอบสนองการใช้งานในสภาพแวดล้อมปัจจุบันได้มากยิ่งขึ้น จนก้าวมาถึงวันนี้ ที่เรียกว่าเป็นการพัฒนาด้านการเชื่อมต่อครั้งสำคัญ หลังจากที่หลายคนอาจได้เห็นในการเปิดตัว MacBook และ ChromeBook Pixel ที่มาพร้อมพอร์ตต่อพ่วงแบบใหม่ USB Type-C

 

USB Type-C คืออะไร

3

ถ้าพูดกันง่ายๆ ก็คือพอร์ตหรือคอนเน็คเตอร์ USB ที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ ส่วนจะใหม่อย่างไรนั้นจะสรุปในเบื้องต้นคือ รูปแบบการเชื่อมต่อของคอนเน็คเตอร์ใหม่ ความเร็วในการเชื่อมต่อใหม่กว่าและแน่นอนว่ารองรับฟีเจอร์ใหม่มาให้ด้วย เรียกว่าถ้าไม่ใช่ของใหม่ก็คงไม่ออกมาใช้งานกัน แต่สิ่งที่เรียกว่าใหม่ใน USB Type-C นี้ มีสิ่งใดกันบ้าง

โดยในเบื้องต้น USB Type-C นั้นถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหากับรูปแบบการเชื่อมต่อที่เป็นมาตรฐานและเพื่อให้สามารถใช้พลังงานได้มากขึ้น ซึ่งก็เป็นเหตุที่ว่าทำไม Apple ต้องนำเอา USB Type-C และ USB 3.1 มาเป็นตัวชาร์จไฟแทนที่ Power connector บนเครื่อง MacBook พร้อมๆ กับการใช้งานถ่ายโอนข้อมูลได้ในตัว เช่นเดียวกับทาง Google ที่ได้นำเสนอ USB Type-C และ USB 3.0 มาในตัว ChromeBook เพื่อเป็นช่องทางในการใช้พลังงานและการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างสะดวกอีกด้วย

รูปแบบของ USB Type-C

ต่างจากมาตรฐานเดิมอย่างไร

คงจะต้องเริ่มต้นกับที่มาของ USB Type C ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นโดยหน่วยงาน USB 3.0 Promoter Group โดยทางกลุ่ม USB Implementers Forum (USB IF) ได้มีการประกาศมาตรฐาน USB 3.1 และปรับปรุงมาตรฐานสำคัญคือ รูปแบบพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C ด้วยการเปลี่ยนรูปแบบโครงสร้างที่ต่างไปจากเดิม แต่มีลักษณะที่คล้ายกับ Micro B แต่มีจุดเด่นคือสามารถพลิกด้านเพื่อเสียบต่อเข้ากับพอร์ตได้ทั้ง 2 ด้าน โดยไม่ต้องกังวลว่าขั้วต่อจะเป็นแบบด้านบนหรือล่าง เช่นเดียวกับ USB Type-A เดิม ทำให้เสียบเข้ากับพอร์ตในมุมใดก็ได้ แล้วสามารถใช้งานได้ทันที ต่างจากในรูปแบบเดิมที่จะต้องหมุนด้านให้ตรงกันเพื่อเสียบเข้ากับพอร์ตเพื่อใช้งาน ด้วยรูปแบบการใช้งานที่คล้ายกับ Lightning Cable จากทางแอปเปิลนั่นเอง

โดย USB Type-C จะมีลักษณะคล้ายกับ Micro-B ด้วยมิติที่มีความกว้างประมาณ 8.3 มม.รวมถึงความหนาที่ใกล้เคียงกับ USB Type-A เดิม คืออยู่ที่ 2.5 มม.แต่ให้ความทนทานด้วยการรองรับการต่อพ่วงมากถึง 10,000 ครั้ง รวมถึงการป้องกันสัญญาณรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Interference: EMI) และสัญญาณความถี่คลื่นวิทยุ (Radio Frequency Interference: RFI)

 

4

มีอะไรใหม่ใน USB Type-C

ที่สำคัญคือ ฟีเจอร์ในการรองรับการชาร์จไฟที่มากขึ้นกว่าเดิม อย่างที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้น ด้วยการจ่ายไฟ 5V ที่กระแสไฟตั้งแต่ 3A-5A หากเทียบจากมาตรฐานเดิมอยู่ที่ประมาณ 1.5A-2A เท่านั้น โดยจะมาพร้อมคุณสมบัติที่น่าสนใจคือ ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลที่สูงถึง 10Gbps เมื่อเทียบจากมาตรฐาน USB 3.0 เดิมนั้นให้ความเร็วสูงสุดได้เพียง 5Gbps จึงทำให้ USB Type-C นั้นใช้ในการรับส่งกระแสไฟฟ้าได้มากถึง 100W สำหรับการจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้สามารถชาร์จไฟให้โน้ตบุ๊กผ่านทางพอร์ต USB Type-C ได้ทันที รวมไปถึงการถ่ายโอนไฟล์ไปพร้อมๆ กัน รวมถึงส่งผลต่อการใช้งานอุปกรณ์พกพา เช่น สมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ต ที่ทำให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้รวดเร็ว

5

 

สิ่งสำคัญก็คือ USB Type-C นั้นถูกออกแบบมาเป็นมาตรฐานกลาง ไม่ต้องไปเสียค่าลิขสิทธิ์ ดังนั้นผู้ผลิตอุปกรณ์ จึงมีทางเลือกที่อิสระกว่า ทำให้การออกแบบอุปกรณ์ใหม่ๆ ที่ใช้พอร์ต USB Type-C ไม่มีค่าใช้จ่ายในเรื่องลิขสิทธิ์เข้ามาและยังใช้งานเป็นสากลแบบเดียวกันทั้งโลก รวมไปถึงการรองรับการใช้งานร่วมกับ USB 2.0 ที่เป็นมาตรฐานเดิม ด้วยการเชื่อมต่อผ่านหัวแปลงได้อีกด้วย
6

 

การที่มีแบนด์วิดท์สูงขึ้นก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีและยังเป็นจุดขายสำคัญ แต่ในเรื่องของการเชื่อมต่อแบบกลับหัวสลับไปมาได้และเรื่องของความพร้อมในการจ่ายพลังงานเป็นแนวโน้มที่อาจสร้างความแตกต่างได้ในการใช้งานจริง โดยที่ MacBook น่าจะเป็นด่านแรกในการเปิดประตูไปสู่การใช้งาน USB Type-C อย่างแท้จริง รวมถึงผู้ผลิตอย่าง LaCie ก็ได้ออกแบบ Mobile Drive Porche ใหม่ เพื่อให้เชื่อมต่อได้กับ USB Type-C รวมถึงให้รองรับกับ USB 3.0 ได้อีกด้วย แต่จะแสดงผลบนหน้าอุปกรณ์เป็น USB 3.1 เมื่อใช้งาน

7

 

USB Type-C พร้อมและมีอุปกรณ์ออกมารองรับการใช้งานแล้วหรือไม่

หากดูเรื่องของความพร้อมในเวลานี้ คงต้องบอกว่าเกือบสมบูรณ์เต็มที่ เพราะเริ่มมีอุปกรณ์ออกมาจำหน่ายให้เห็นบ้างแล้วในท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็น Google ChromeBook หรือ New MacBook ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปี ที่มาพร้อมกับพอร์ต USB Type-C มาด้วยกันทั้งคู่ แต่สำหรับ New MacBook นั้นตกเป็นเป้าที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะให้พอร์ตที่เป็น USB Type-C มาเพียงพอร์ตเดียวเท่านั้นและไม่มีพอร์ตอื่นใดปรากฏอยู่บนเครื่อง จึงทำให้ผู้ใช้บางส่วนกังวลถึงการใช้งานที่อาจไม่เพียงพอ อย่างไรก็ดี ทาง Apple ก็ได้จัดตัวแปลงมาเป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้ได้เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น Type-C to VGA, Type-C to USB หรือ Type-C Charge เป็นต้น

 

Apple MacBook มาพร้อม USB Type-C ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ของ USB

Apple MacBook มาพร้อม USB Type-C
ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ของ USB

 

พอร์ต DisplayPort ที่จะมีการใช้งานเป็นแบบ USB Type-C

พอร์ต DisplayPort ที่จะมีการใช้งานเป็นแบบ
USB Type-C

 

รวมถึงอุปกรณ์ในกลุ่มของ Flash Drive ที่บางค่ายมีไลน์สินค้าที่เป็น USB 3.1 อยู่แล้ว ก็ขยับมาผลิต USB Type-C ให้ได้ใช้งานกันอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น

10

SanDisk Dual USB Type-C

  • ตรวจพบโดยอัตโนมัติเมื่อเชื่อมต่อกับ อุปกรณ์ที่ใช้ Type-C
  • เข้ากันได้กับคอมพิวเตอร์ PC และ Mac โดยไม่ต้องใช้ไดร์เวอร์
  • Windows Vista, Windows 7, Windows 8, Windows 8.1 Mac OS เวอร์ชัน 10.6+
  • อินเตอร์เฟส: ขั้วต่อ USB และ USB 3.0 Type-C
  • อุณหภูมิใช้งาน: 0°C + 35°C
  • อุณหภูมิจัดเก็บ: -10°C + 65°C)
  • ขนาด: ยาว: 42.76 มม., สูง: 18.80 มม., กว้าง: 12.71 มม.

11

Kingston DataTraveler microDuo 3C

  • มีพอร์ตรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อ ผ่าน USB Type-A และ USB Type-C
  • รองรับการทำงานร่วมกับ สมาร์ทโฟน แท็ปเล็ต พีซีและ Mac ผ่านทางพอร์ต USB Type-C
  • Capacities1: 16GB, 32GB and 64GB
  • Speed: USB 3.1
  • 16GB: 100MB/s read, 10MB/s write
  • 32GB & 64GB: 100MB/s read, 15MB/s write
  • ขนาด: 29.94มม. x 16.60มม. x 8.44mm

12

Emtec Duo USB-C

  • Capacity : 16, 32GB
  • Read speed : Up to 110MB/s USB 3.0 / Type C *
  • Write speed : Up to 20MB/s USB 3.0 / Type C *
  • Compatibility : USB 3.0 backwards compatible with USB 2.0
  • USB Type-C: compatible with smart phones , tablets and laptops equipped with Type C ports
  • OS compatibility : Windows 8, 7, Vista, XP, Me, 2000 / Mac OS X / Linux 2.6x
  • ขนาด : 26 x 16 x 8 mm

 

นอกจากนี้ยังมีผู้ผลิตอย่าง LaCie ที่พัฒนา ไดรฟ์สำหรับจัดเก็บข้อมูล เพื่อผู้ใช้ New MacBook ด้วยการนำเสนอ Porche Design Portable Drive ที่ทำงานร่วมกับ Time Machine บนระบบ Mac OS ผ่านทางพอร์ต USB Type-C ซึ่งมีให้เลือก ทั้ง 500GB, 1TB และ 2TB รวมไปถึงเมนบอร์ด จากหลายๆ ค่ายที่จัดวางพอร์ต USB Type-C มาบนเมนบอร์ดรุ่นใหม่ๆ ของตน มีทั้งในรูปแบบ ของพอร์ตที่ติดตั้งบนเมนบอร์ดและ Expansion Card ที่ติดตั้งลงบนเมนบอร์ดสำหรับเพิ่มพอร์ต Type-C สำหรับการใช้งานในปัจจุบัน

นับว่าเป็นการพลิกโฉมของโลกแห่งการ เชื่อมต่ออีกครั้งหนึ่งสำหรับพอร์ต USB Type-C ที่ออกมาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องของความหลาก หลายกับพอร์ต USB ที่มีอยู่ในปจั จุบัน ที่ไม่เพียง แค่เรื่องของการต่อพ่วงที่ง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ยัง รวมถึงการจา่ยพลังงานที่มากขึ้นสำหรับอุปกรณ์ ซึ่งนับว่ามีความสำคัญในการพัฒนาอุปกรณต์ อ่ ไปในอนาคต

 

รอยต่อของการเปลี่ยนแปลง แม้ว่า USB Type-C จะมีความสามารถ ในการทำงานที่ดีขึ้น แต่ในช่วงรอยต่อของการ เปลี่ยนแปลงผู้ใช้งานทั่วไปจะทำอย่างไรดี เนื่องจากรูปแบบพอร์ตของ USB Type-C ไม่สามารถใช้งานกับพอร์ต USB แบบเก่าได้เลย ทางออกของเรื่องนี้ก็คือ การใช้งานหัวแปลงเพื่อ ที่จะแปลงพอร์ต USB Type-C ให้มาใช้งานกับ พอร์ต USB แบบเก่าได้ ซึ่งเชื่อได้ว่าในช่วงแรกๆ อุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเมนบอร์ด, โน้ตบุ๊ก, สมาร์ทโฟน/แท็บเล็ต จะมีพอร์ตที่ใช้งาน 2 แบบ ออกมาให้ผู้บริโภคเลือกซื้อ รวมถึงผู้บริโภคเอง ก็จะต้องหาซื้อสายแปลงมาใช้งาน และเมื่อพอร์ต USB Type-C เป็นที่นิยมมากแล้วอุปกรณ์ต่างๆ ก็จะมาพร้อมพอร์ต USB Type-C เพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นเมนบอร์ด, โน้ตบุ๊ก, สมาร์ทโฟน/ แท็บเล็ต

 

13

14

 

 

« « Windows 10

Intel “Skylake” ที่สุดของซีพียูแห่งยุค » »

คำที่เกี่ยวข้อง : , , , , ,


Short URL: http://www.buycoms.com/story/?p=180

Comments are closed.