|
เครื่องพรินเตอร์มีความสำคัญในปัจจุบัน หากขาดเจ้าสิ่งนี้ไปคงจะเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง
เครื่องพรินเตอร์ต่างก็มีความสามารถ ในตัวมันเอง ผู้ใช้ต้องเลือกใช้ตามลักษณะของการ
ทำงานของงานที่ทำ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดอตเมตริกซ์พรินเตอร์, เครื่องอิงค์เจ็ท
พรินเตอร์, เครื่องเลเซอร์พรินเตอร์ขาว-ดำ และสี, เครื่องมินิพรินเตอร์,
เครื่องมัลติฟังก์ชัน หรือ เครื่องพรินเตอร์ขนาดใหญ่ ต่างก็ มีการใช้งานที่แตกต่างกัน
วัฒนาการของเครื่องพรินเตอร์เริ่มแรกเลยก็คงมาจากเครื่องพิมพ์ดีดธรรมดา
ที่สามารถพิมพ์งานหรือเอกสาร จดหมายธรรมดา เครื่องดอตเมตริกซ์พรินเตอร์
เครื่องอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ เครื่องเลเซอร์พรินเตอร์ขาว-ดำ เครื่องเลเซอร์พรินเตอร์สี
และเครื่องมัลติฟังก์ชัน เรามาลองดูกันสิว่าประเภทของเครื่องพรินเตอร์ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีอะไรกันบ้าง
เผื่อว่าเมื่อผู้อ่านได้อ่านคอลัมน์นี้จบแล้วจะมีแนวทางในการเลือกซื้อ
เลือกใช้เครื่องพรินเตอร์ให้เหมาะสมกับงานที่ท่านกำลังทำอยู่ก็เป็นได้ครับ

เครื่องดอตเมตริกซ์พรินเตอร์(Dot-Matrix Printer)
เครื่องดอตเมตริกซ์พรินเตอร์
เครื่องนี้ทำงานโดยระบบหัวเข็ม หัวเข็มของเครื่องพิมพ์ประเภทนี้มีตั้งแต่
7 หัวเข็ม, 9 หัวเข็ม, 24 หัวเข็ม โดยระบบการ พิมพ์ด้วย เครื่องนี้จะใช้ระบบกระแทก
(Impact Printer) หลักการทำงานคือ การใช้หัวเข็มกระแทกผ่านผ้าหมึกให้เกิดเป็นภาพ
หัวเข็มจะทำงานไปทีละ บรรทัด ตัวอักษรที่ได้จะค่อยๆ ปรากฏจาด้านบนหัวเข็มจะค่อยๆ
พิมพ์ไปทีละบรรทัดจนจบเครื่องดอตเมตริกซ์พรินเตอร์ จะมีความละเอียด
ในการพิมพ์ที่ 360 x 360 จุดต่อตารางนิ้ว ข้อดีของเครื่องพิมพ์ประเภทนี้มีคือ
สามารถในการพิมพ์สำเนาได้ การทำสำเนาก็สามารถทำได้ตั้งแต่ 1 ต้นฉบับ
1 สำเนา ไปจนถึง 1 ต้นฉบับ 4 สำเนา ใน ส่วนนี้แล้วแต่ความสามารถของเครื่องพิมพ์
 |
 |
|
Oki Microline 390
Turbo
|
Epson LQ-300+
|
เครื่องอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ (Inkjet Printer)
เครื่องอิงค์เจ็ทพรินเตอร์
หรือเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก หลักการทำงานของเครื่องพิมพ์ประเภทนี้จะใช้หลักการพ่นน้ำหมึกออกมาเพื่อให้เกิดภาพ
หรือตัวอักษร หมึกพิมพ์ของเครื่องอิงค์เจ็ทจะมีตั้งแต่ 2 หมึก (Black-C-M-Y),
4 หมึก (Black, Cyan, Magenta, Yellow), 7 หมึก (Black, Cyan, Magenta,
Yellow, Light Cyan, Light Magenta, Light Yellow) ยิ่งมีจำนวนสีของหมึกพิมพ์มากยิ่งจะทำให้ภาพที่ได้จากการผสมสีของน้ำหมึก
มีความสมจริง ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
 |
|
ตลับหมึก 4 สี
|
เป็นการพัฒนาระบบการฉีดพ่นหมึกความดันแรงสูง
ซึ่งเป็นระบบการฉีดหมึกที่มีความเที่ยงตรง และแม่นยำสูงสุด ด้วยความละเอียดในการพิมพ์สูงถึง
1440 จุดต่อนิ้ว โดยการทำงานของหัวพิมพ์จะเหมือนกับการยิงธนูโดยหัวพิมพ์จะมีแรงดึงน้ำหมึกถอยหลัง
เหมือนการดึงลูกธนูก่อนที่จะพ่นน้ำหมึกลงสู่ กระดาษด้วยความแรงที่ต่างกันถ้าดึงด้วยแรงที่มากพอปล่อยแล้วก็จะพ่นน้ำหมึกที่มีขนาดใหญ่ออกมา
ถ้าดึงด้วยแรงที่น้อยก็จะพ่นน้ำหมึกที่มีขนาดเล็กออกมา ซึ่งหัวพิมพ์จะสามารถควบคุมขนาดของน้ำหมึกที่พ่นลงสู่กระดาษให้เล็กหรือใหญ่ได้
โดยขบวนการทั้งหมดนี้ เครื่องจะสามารถทำงานให้เองโดยอัตโนมัติ
 |
|
ขั้นตอนการผสมสีของเครื่องอิงค์เจ็ทพรินเตอร์
|
ซึ่งในปัจจุบันสามารถฉีดหมึกได้ขนาดเล็กที่สุด
คือเพียงแค่ 2 - 3 pl (พิโกลิตร) [1 pl = 1 / ล้าน-ล้าน ลิตร] ซึ่งเล็กกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นผม
คนเรา ดังนั้นการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท สักเครื่องนอกจากต้องคำนึงถึงจำนวนเม็ดสีต่อตารางนิ้ว
หรือที่เรียกว่า DPI แล้ว เราจำต้องคำนึงถึงเรื่องขนาดเม็ด สีด้วย
เพราะขนาดของเม็ดสีที่ใหญ่ก็จะไม่สามารถถ่ายทอดรายละเอียดต่างๆ ได้เหมือนต้นฉบับ
เทคโนโลยีที่ช่วยทำให้พิมพ์งานได้เร็วขึ้น เพราะสามารถปรับ ขนาดจุด
ได้หลายระดับโดยอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานให้กับระบบการฉีดหมึก
โดยในส่วนที่เป็นสีพื้น เครื่องก็จะพิมพ์เม็ดสีขนาดใหญ่ แต่ในส่วนที่
ต้องการรายละเอียด เครื่องก็จะพิมพ์สีขนาดเล็กให้เองโดยอัตโนมัติ ภาพที่ได้จึงมีความสวยงาม
คมชัด และรวดเร็ว
เครื่องเลเซอร์พรินเตอร์ (Laser Printer)
เครื่องเลเซอร์พรินเตอร์เป็นเครื่องพิมพ์ที่มีความละเอียดสูงที่สุดในเครื่องพรินเตอร์ทุกประเภทที่ได้กล่าวมาแล้ว
เครื่องเลเซอร์พรินเตอร์ส่วนใหญ่จะใช ้กันตาม องค์กร โรงเรียน สำนักงาน
หรือผู้ใช้ ทั่วไปที่ต้องการความละเอียดในด้านการพิมพ์งานเอกสาร เพราะข้อดีของเครื่องพิมพ์ประเภทนี้มีความละเอียด
ในด้านการพิมพ์ที่สูง สามารถพิมพ์ตัวอักษรได้อย่างคมชัด
เครื่องเลเซอร์พรินเตอร์ใช้หลักการความร้อน
การทำงานจะใช้แสงเลเซอร์เสียงหนึ่งเส้น เมื่อแสงเลเซอร์ไปกระทบกับกระจก
แสงที่กระทบผ่านกระจกก็จะ แตกออกเป็นหลายๆ เส้น เส้นที่ผ่านจากกระจกไปแล้วก็จะไปกระทบกับโทนเนอร์
โทนเนอร์ก็จะบรรจุผงหมึกไว้ เพื่อความร้อนไปกระทบโทนเนอร์ที่บรรจุผงหมึก
ผงหมึกที่โดนความร้อนก็จะไปกระทบบนกระดาษทำให้เกิดขึ้นมาเป็นภาพ เครื่องเลเซอร์พรินเตอร์มีความละเอียด
ตั้งแต่ 600 x 600 จุดต่อตารางนิ้ว 1,200 x 1,200 จุดต่อตารางนิ้ว
ความเร็วในการพิมพ์ของเครื่องพรินเตอร์ประเภทนี้จะความเร็วที่ 15 แผ่นต่อนาทีขึ้นไปในเครื่องเลเซอร์พรินเตอร์แบบขาวดำ
(Mono Laser Printer) และ 12 แผ่นต่อนาทีขึ้นไปในเครื่องเลเซอร์พรินเตอร์แบบสี
(Color Laser Printer) เครื่องเลเซอร์พรินเตอร์ส่วนใหญ่จะมีหน่วยความจำ
ที่มากกว่าเครื่องอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ การที่มีหน่วยความจำมากนี่เองเป็นข้อดีให้เครื่อง
เลเซอร์พรินเตอร์สามารถรองรับงานพิมพ์ที่มีปริมาณที่มากได้ สามารถพิมพ์
งานได้อย่างต่อเนื่อง ความจุกระดาษในเครื่องเลเซอร์พรินเตอร์ก็จะมีความจุที่มากกว่าเครื่องอิงค์เจ็ททำให้สามารถพิมพ์งานได้ต่อเนื่องกว่า
เครื่องเลเซอร์ พรินเตอร์ในบางรุ่นสามารถเพิ่มถาดกระดาษได้อีก
 |
 |
 |
 |
|
Fuji Xerox Phaser
3310
|
CanonLaserShot
LBP-1210
|
Lexmark Optra T420D
|
รูปแบบงานของเครื่อง
เลเซอร์พรินเตอร์
|
 |
|
ขั้นตอนการทำงานของเครื่องเลเซอร์พรินเตอร์
|
Single Pass Color Technology
อย่างไรก็ตาม
ในปัจจุบันนี้ได้มีเทคโนโลยีใหม่ 3 รูปแบบที่มีความ ทันสมัย ซึ่งพร้อมที่จะเข้ามาแทนที่เทคโนโลยีรุ่นเก่าอย่าง
4-Pass ได้อย่างสมบูรณ์ โดยเทคโนโลยีแต่ละตัวก็จะใช้วิธีที่แตกต่างกันในการที่จะพิมพ์สีทั้งสี่ลงบนชิ้นงาน
แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ เทคโนโลยีทั้งสามจะทำการพิมพ์สีทั้งสี่ลงบนงาน
พิมพ์ในครั้งเดียว หรืออาจจะเรียกว่าเป็นเครื่องพรินเตอร์แบบ Single
Pass นั่นเอง ระบบ Single Pass นี้จะช่วยประหยัดให้กับผู้ใช้ได้มากขึ้น
พร้อมกับสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งงานพิมพ์ที่ได้ยังมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นงานพิมพ์ประเภทใดก็ตาม
หนึ่งในเทคโนโลยีที่กล่าวถึงนี้ก็คือ
Single Pass Color Laser หรืออาจจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าระบบการพิมพ์สีแบบ
Tandem Laser ซึ่งระบบดังกล่าวนี้ได้มีการประยุกต์การทำงานมาจากเครื่องพรินเตอร์เลเซอร์แบบขาวดำรุ่นเก่า
เทคโนโลยีที่สองจะมีลักษณะเหมือนกับเทคโนโลยีของเครื่อง พรินเตอร์เลเซอร์อื่นๆ
แต่จะมีการเปลี่ยนแปลงการใช้งานเลเซอร์มาใช้หลอดไฟประเภท LED (Light
Emitting Diode) แทน
และเทคโนโลยีสุดท้ายก็คือ
เทคโนโลยีของเครื่องพรินเตอร์เลเซอร์ที่ใช้สำหรับหมึกสีนั้น จะกลาย
มาเป็นสารประเภทของแข็งแทน ดังนั้นจึงไม่ต้องคิดถึง หมึกที่เป็นของเหลวอยู่ในตลับอีกต่อไป
ทั้งสามเทคโนโลยีนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเทคโนโลยี
ที่ทันสมัย ที่จะเข้ามาแทนเทคโนโลยีแบบเดิมซึ่งนอกจากจะสามารถพิมพ์งานได้อย่างสวยงามแล้วยังมี
ความรวดเร็วทันใจอีกด้วย
The Single Pass Color Laser Printer
เครื่องพรินเตอร์เลเซอร์
Single Pass Color นี้จะประกอบไปด้วยเลเซอร์จำนวน 4 ชุด มีตลับหมึกแต่ละสีแยกจากกัน
และมีลูกกลิ้งจำนวน 4 ชุดเช่น เดียวกัน ลูกกลิ้งและอุปกรณ์ทั้งหมดจะวางเรียงต่อกันทั้ง
4 ชุด ดังนั้นเมื่อกระดาษถูกป้อนผ่านเข้าไปยังเครื่องพรินเตอร์อุปกรณ์ทั้งสี่
ชุดก็จะทำการพิมพ์สี ต่างๆ ทั้ง 4 สีลงบนกระดาษในเวลาที่พร้อมๆ กัน
ด้วยการทำงานในลักษณะดังกล่าวนี้จึงทำให้เครื่องพรินเตอร์สามารถพิมพ์สีทั้งหมดได้ในเวลาอันรวดเร็ว
ซึ่งระบบ ดังกล่าวนี้ไม่เคยมีมาก่อนในเครื่องพรินเตอร์ แบบเดสก์ทอป
และเน็ตเวิร์ค
The Single Pass LED Color Printer
เครื่องพรินเตอร์
LED Color จะมีเทคโนโลยีและลักษณะการทำงานเหมือนกับรูปแบบ Single Pass
Color ทุกประการ ยกเว้นส่วนของเลเซอร์ เพราะเครื่องพรินเตอร์ประเภทนี้จะใช้หลอดไฟ
ประเภท LED (Light Emitting Diodes) มาใช้งานแทนเลเซอร์ ส่วนการทำงานอื่นๆ
ก็ยังคงเหมือนกัน คือ จะมีลูกกลิ้งแยกต่างหากจำนวน 4 ชุด มีหมึกสี
4 ตลับแยกจากกัน และเมื่อเครื่องพรินเตอร์ทำการป้อนกระดาษเข้ามา เครื่องพรินเตอร์ก็จะพิมพ์สีต่างๆ
ทั้ง 4 สี พร้อมๆ กัน
The Solid Ink Color Printer
เครื่องพรินเตอร์
Solid Ink Color จะใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างไปจากสองเทคโนโลยีที่กล่าวถึงมาก่อนหน้า
และแทนที่จะใช้ตลับหมึกซึ่งบรรจุน้ำหมึก เป็นของเหลวก็จะเปลี่ยนมาใช้หมึกซึ่งมาในลักษณะของก้อนแข็งซึ่งอยู่ในรูปแบบของเรซิน
เครื่อง พรินเตอร์จะทำการหลอมละลายก้อนหมึกและพ่นหมึกทั้งสี่ ลงบนกระดาษ
ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวนี้จะใช้ลูกกลิ้งและหัวพิมพ์เพียงชุดเดียวเท่านั้น
ลักษณะการทำงานของเครื่องพรินเตอร์ประเภทนี้จะมีลักษณะเช่นเดียวกับการพิมพ์ในระบบออปเซตเราอาจจะกล่าวได้ว่าเทคโนโลยีดังกล่าวนี้จะมีการพิมพ์
โดยใช้ วิธีการที่คล้ายกับเครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ทเป็นอย่างมาก แต่เครื่องพรินเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวนี้จะสามารถพิมพ์งานออกมาได้ด้วยความเร็วสูง
ความเร็ว ในการพิมพ์ด้วยเครื่องพรินเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวนี้
จะเร็วเทียบเท่าหรือเร็วกว่าเครื่องพรินเตอร์เลเซอร์ประเภท 4-Pass
และงานพิมพ์ที่ได้นั้นจะมีความมัน วาว และจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเมื่องานพิมพ์ดังกล่าวโดนน้ำเหมือนกับงานพิมพ์ที่ได้จากเครื่องพรินเตอร์ที่ใช้หมึกเป็นของเหลว
เครื่องมัลติฟังก์ชัน (Multifunction)
|
|
|
|
|
|
Canon Image
CLASS MPC 700
|
Brother MFC-5200C
|
Epson Photo RX510
|
HP Photosmart 7960
|
เครื่องมัลติฟังก์ชันเป็นเครื่องที่ความสามารถ
ของเครื่องอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ เครื่องสแกนเนอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร
และเครื่องแฟกซ์ ไว้ในเครื่องเพียง เครื่องเดียว ทำให้ผู้ใช้สามารถซื้อเครื่องนี้เพียงเครื่องเดียวก็จะสามารถทำทุกอย่างที่จำเป็นในสำนักงานได้
เครื่องมัลติฟังก์ชันมีเทคโนโลยีในการพิมพ์หลายแบบ
ไม่ว่าจะใช้แบบ Inkjet, Thermal Inkjet หรือ Laser แต่ละเทคโนโลยีก็มีความละเอียดในการ
พิมพ์ ต่างกัน แล้วแต่ว่าบริษัทผู้ผลิตจะใช้เทคโนโลยีอะไรไว้ในเครื่องมัลติฟังก์ชัน
เครื่องพรินเตอร์ขนาดเล็ก (Mini Printer)
|
|
|
|
|
Epson TM-H5000 II
|
Epson TM-T88 III
|
Epson TM-U200
|
เครื่องพิมพ์ประเภทนี้หลายท่านอาจจะไม่ค่อย
รู้จัก แต่หากจะกล่าวถึงการใช้งานเจ้าเครื่อง พรินเตอร์ขนาดเล็กนี้แล้ว
เราจะพบเห็นการใช้งานของเจ้า เครื่องนี้ ตามร้านมินิมาร์ต ซุปเปอร์มาร์เก็ต
ร้านสะดวกซื้อต่างๆ หน้าตาของเจ้าเครื่องนี้ก็เหมือนๆ กับเครื่องพรินเตอร์ทั่วไป
แต่มีขนาดที่เล็กกว่า เท่านั้นเอง ประสิทธิภาพใน การพิมพ์ก็ไม่ได้รวดเร็วอะไรมากนัก
เครื่องพิมพ์ประเภทนี้จะมีหัวเข็มในใช้การพิมพ์คล้ายกับระบบการทำงานของเครื่องดอตเมตริกซ์พรินเตอร์
ซึ่งมีหัวเข็มประมาณ 9 หัวเข็มเท่านั้น ส่วนความ เร็วในการพิมพ์เป็นบรรทัดต่อวินาที
เช่น 47 บรรทัดต่อวินาที, ในเครื่องบางรุ่นยังแบ่งออกเป็น 311 ตัวอักษรต่อวินาที
ในส่วนของหน่วยความจำ ของเจ้าเครื่องพิมพ์ ประเภทนี้จะมีหน่วยความจำประมาณ
1-4 Kbytes เท่านั้นเอง เครื่องพิมพ์ประเภทนี้จะเชื่อมต่อผ่านทางพอร์ตอนุกรม
(Serial) หรือ พอร์ตขนาน (Parallel) ในส่วนกระดาษที่ใช้งานกับเครื่องพิมพ์นี้จะใช้กระดาษที่เป็นแบบม้วนที่มีขนาดความกว้างประมาณ
76 x 83.0 มิลลิเมตร
เครื่องพรินเตอร์ ขนาดใหญ่ (Plotter Printer)
 |
|
|
Canon BJ-W9000
|
HP DesingJet 500
|
เครื่องพรินเตอร์ที่กล่าวนี้ผู้ใช้ทั่วไปคงจะไม่ค่อยได้เห็นกัน
เพราะเครื่องพิมพ์ประเภทนี้ใช้กับงานเฉพาะอย่าง เช่น งานพิมพ์แบบแปลน,งานพิมพ์ภาพ
ขนาด ใหญ่ (Poster) เป็นต้น การใช้งานส่วนใหญ่จะผู้ใช้จะเป็นโรงพิมพ์
งานด้านวิศวกร งานออกแบบ งานโฆษณา งานด้านหนังสือ
เครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่แบบนี้จะมีความละเอียดตั้งแต่
600 x 600 จุดต่อตารางนิ้วขึ้นไป เพื่อให้งานที่ได้มีความละเอียดมากที่สุด
กระดาษที่ใช้ในงาน พิมพ์ ประเภทนี้ก็มีขนาดใหญ่ที่กว่ากระดาษที่ใช้ในเครื่องอิงค์เจ็ทพรินเตอร์
และเครื่องเลเซอร์พรินเตอร์
สรุป
การที่จะเลือกซื้อเลือกใช้เครื่องพรินเตอร์สักเครื่องหนึ่ง
ต้องคำนึงถึงก่อนว่างานที่เราทำอยู่ในปัจจุบันเป็นงานประเภทไหน เช่น
งานที่เกี่ยวกับร้านค้า มินิมาร์ต ร้านสะดวกซื้อ งานประเภทนี้ควรเลือกเครื่องพิมพ์ขนาดเล็กที่สามารถพิมพ์สลิป
ใบเสร็จขนาดเล็กได้ (Mini Printer) งานที่ต้องการงานพิมพ์ที่มี ทั้งต้นฉบับและ
สำเนาในการพิมพ์ เช่น ใบเสร็จต่างๆ ควรจะเลือกเครื่องพิมพ์ดอตเมตริกซ์พรินเตอร์
(Dot-Matrix Printer) งานที่ทำเกี่ยวกับงานเอกสารสี พิมพ์รูปภาพ สติ๊กเกอร์
งานประเภทนี้ควรเลือกเครื่อง พิมพ์ประเภทอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ (Inkjet
Printer) เพราะ มีความละเอียดในงานพิมพ์สีที่ดี มีความคมชัด ของภาพ
อีกทั้งยังสามารถ ผสมสีออกมาได้เหมือนภาพต้นฉบับ, งานที่ทำในปัจจุบันเป็นงานเอกสารขาว-ดำ
เป็นส่วนใหญ่เน้นการพิมพ์งาน ในปริมาณที่มาก อย่างนี้ ควรจะเลือกซื้อเครื่องเลเซอร์
พรินเตอร์ (Laser Printer) เพราะเครื่องเลเซอร์พรินเตอร์มีความละเอียดในการพิมพ์ที่สูง
มีความเร็วในการพิมพ์ที่ รวดเร็ว, ส่วนผู้ใช้ ที่ต้องการเครื่องที่รวมเอา
ความสามารถของเครื่องพิมพ์ เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องสแกนเนอร์ และเครื่องแฟกซ์
ไว้ในเครื่องเพียงเครื่องเดียว ก็ควรเลือก เครื่องมัลติฟังก์ชัน (Multifunction)
เพราะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้ทุกอย่าง และงานพิมพ์ประเภทโรงพิมพ์
งานออกแบบ งานวิศวกร ควรจะเลือกเครื่องพิมพ์ที่สามารถพิมพ์ได้ใน กระดาษที่ใหญ่กว่าปกติ
ควรจะเลือกเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่ (Plotter)
|