Cover Story

เลือก SoundCard ดีๆ สักตัวไว้ใช้
ใครว่ายาก!

 

คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ในช่วงระยะเวลา 1-2 ปีที่ผ่านมานั้น ซาวนด์การ์ดเป็นอุปกรณ์มัลติมีเดีย อีกชนิดหนึ่งที่ได้มีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อ เนื่อง โดยเฉพาะในเรื่องคุณภาพของเสียง ที่สามารถสังเคราะห์ออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนหลายๆ คนนั้นอยากเป็นเจ้าของ ซาวนด์การ์ดพวกนี้กันอย่างมากมาย ซึ่งในการเลือกซื้อควรจะศึกษารายละเอียดต่างๆ ของซาว์การ์ดให้ถ่องแท้เสียก่อน เพื่อที่จะทำให้ คุณได้ซาวนด์การ์ดดีๆ สักตัวไว้ใช้กัน

   

           ท่านคงทราบดีว่าในปัจจุบันนี้อุปกรณ์มัลติมีเดีย นั้นได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนเรามากขึ้น ซึ่งอุปกรณ์ที่สำคัญอย่างซาวนด์การ์ดนั้น ถือเป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมๆ กับคำว่ามัลติมีเดีย ที่เราได้ยินกันอย่างคุ้นหูนั่นแหละครับ และดูเหมือนว่าเจ้าเครื่องซาวนด์การ์ด นี้ได้ถูกพัฒนาขึ้น จนตัวของมันเองมีความสามารถที่มากมาย สามารถที่จะสรรค์สร้างเสียงที่มีคุณภาพออกมาให้เราได้ยินกันซึ่งเราคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าในการเลือกซื้อคอมพิว เตอร์สักเครื่องมาใช้งานกัน เราต้องเลือกคอมพิวเตอร์ที่สามารถสังเคราะห์เสียงออกมาให้เราได้ยินกันได้ ซึ่งบนเมนบอร์ดในปัจจุบันโดยส่วนมากก็จะ มีการติดชิป ซาวนด์ลงบนเมนบอร์ดด้วย หรือที่เราเรียกกันว่า ซาวนด์ Onboard โดยชิปตัวนี้สามารถที่จะทำงานได้เหมือนซาวนด์การ์ดก็จริง แต่ประสิทธิภาพนั้นถือว่ายัง ด้อยกว่าซาวนด์การ์ดที่แยกเป็นตัวการ์ดต่างหากมาก ซึ่งไม่เพียงพอความต้องการที่มากขึ้นทุกวันของคนเรา ซึ่งนั่นก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ ทุกวันนี้ ซาวนด์ การ์ดได้มีการพัฒนาขึ้นจนหลายๆ คนตามไม่ทันก็ว่าได้

           บทความนี้ คงจะกล่าวถึงการเลือกซื้อ เลือกใช้ซาวนด์การ์ดเป็นหลัก ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าเราลองศึกษารายละเอียดต่างๆ ของซาวนด์การ์ดดูจะเห็นว่ามีราย ละเอียดที่น่าสนใจอยู่มากเลยทีเดียว โดยรายละเอียดในแต่ ละส่วนนั้นล้วนส่งผลต่อคุณภาพของเสียงที่ได้ คงไม่มีใครอยากได้ซาวนด์การ์ด ที่มีคุณภาพเสียงที่ไม่ ดีมา ใช้งานกันใช่ไหมครับ ก่อนที่จะเจาะลึกเกี่ยวกับการเลือกซื้อซาวนด์การ์ดที่มีคุณภาพมาใช้งานกัน เรามาลองศึกษาส่วนประกอบหลักๆ ของซาวนด์การ์ดกัน ก่อนครับ

ส่วนประกอบหลักๆ และการทำงานในแต่ละชิ้นส่วน
           ในการที่ซาวนด์การ์ดจะสามารถสังเคราะห์เสียงออกมาให้เราได้ยินกันนั้น จำเป็นที่จะต้องมีส่วนประกอบหลักๆ อยู่หลายส่วน ซึ่งแต่ละส่วนนั้นจะมีการ ทำงานที่แตกต่างกันออกไปและมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน เราลองมาดูกันครับว่าในแต่ละส่วนมีการทำงานอย่างไรกันบ้าง และอาจจะได้พบกับศัพท์ต่างๆ ที่ น่าทราบกันด้วย

• DSP (Digital Signal Processor) หรือที่เรียกว่า ส่วนประมวลผลสัญญาณดิจิตอล ซึ่งในการทำงานของ DSP นี้นั้น จะเป็นส่วนที่ทำหน้าที่ในการประมวลผลหลักๆ นับว่ามีความสำคัญค่อนข้างมากเลยทีเดียว

• DAC (Digital-Analog Converter) ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้ในการแปลงสัญญาณดิจิตอลเป็นสัญญาณแอนะล็อก โดยสัญญาณนี้จะถูกส่งออกไปยังลำโพงที่เราได้ติดตั้งร่วมกับซาวนด์การ์ดนี้ ซึ่งเป็นเสียงที่เราได้ยินกันแหละครับ

• ADC (Analog-Digital Converter) เป็นส่วนที่มีหน้าที่ในการทำงานที่แตกต่างจาก DAC คือจะทำหน้าที่ในการแปลงสัญญาณแอนะล็อก เป็นสัญญาณดิจิตอล โดยจะแปลงสัญญาณที่รับเข้ามาจากช่อง Line In ของซาวนด์การ์ด โดยส่วนมากจะรับสัญญาณมาจากไมโครโฟน

• Line-In และ Line-Out โดยเป็นทางผ่านของสัญญาณเข้าและสัญญาณออก ซึ่งจะใช้ในการเชื่อมต่อเข้ากับลำโพงหรือไมโครโฟน

• Game Port โดยชื่อก็คงจะบอกอยู่แล้วว่าเป็นพอร์ตเกี่ยวกับเกม โดยใช้ในการเชื่อมต่อเข้ากับ Joystick หรือ GamePad

• ROM (Read Only Memory) หรือ Flash Memory ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นส่วนที่ใช้ในการบันทึกข้อมูลเสียงในแบบต่างๆ ไว้ในหน่วย ความจำนี้

• MIDI (Musical Instrument Digital Interface) ส่วนนี้จะใช้ในการติดตั้งเข้ากับอุปกรณ์ต่อพ่วงอย่างเช่น คีย์บอร์ด อิเล็กโทน ซึ่งโดยทั่วไปอุปกรณ์พวกนี้สามารถที่จะต่อเข้ากับช่อง Game Port ได้เลย


ส่วนประกอบต่างๆ ที่อยู่บนเครื่องซาวนด์การ์ด


พอร์ต Optical ที่เป็นทางผ่านของสัญญาณ เสียงแบบดิจิตอล


จอยสติ๊กที่ใช้ในการต่อเข้ากับพอร์ต
Game Port ของซาวนด์การ์ด


การใช้งานซาวนด์การ์ดร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ

           ที่ได้บอกมานี้ก็เป็นชิ้นส่วนที่สำคัญของซาวนด์การ์ด ซึ่งเราคงจะเห็นสเปกพวกนี้อยู่ตามข้างกล่องของซาวนด์การ์ดกัน แต่จริงๆ แล้วการผลิตซาวนด์การ์ดออกมาใช้นั้น ขึ้นอยู่กับผลิตษัท ผู้ผลิตว่าจะออกแบบให้ซาวนด์การ์ดมีส่วนประกอบอะไรบ้าง อย่างเช่นซาวนด์การ์ด Creative Audigy2 NX ก็จะขาดในส่วนของ Game Port และ MIDI ไปหรือบางรุ่นอาจจะมีส่วนประกอบต่างๆ อยู่อย่าง ครบถ้วน อันนี้ก็คงต้องดูที่ความต้องการใช้งานเป็นหลักครับ


ชิปที่ใช้ในการควบคุมการทำงานของซาวนด์การ์ด

การรองรับระบบเสียง 3 มิติ (3D)
           สำหรับซาวนด์การ์ดที่มีคุณภาพนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการสังเคราะห์เสียงแบบ 3 มิติ ซึ่งระบบเสียงแบบ 3มิตินี้ จะสามารถสร้างเสียงที่มีความลึก ความ กว้าง ให้เสียงที่มีความสมจริงสมจัง สามารถที่จะเพิ่มอรรถรสในการฟังเพลงและในการเล่นเกมได้เป็นอย่างดี ถ้ามีโอกาสได้เลือกซื้อซาวน์การ์ดสักตัวมาใช้งาน ผมว่าน่าจะเลือกซาวนด์การ์ดที่มีระบบเสียงแบบนี้รวมอยู่ด้วย ถ้ามองดูซาวนด์การ์ดในปัจจุบันนี้ระบบเสียงแบบ 3 มิตินี้ได้ถูกนำไปใส่ไว้ในซาวนด์การ์ดรุ่นใหม่ๆ แทบทั้งสิ้น แต่มีข้อเสียอยู่ตรงที่ยังมีราคาที่สูงอยู่ในบางรุ่น ยิ่งระบบเสียง 3 มิติที่มีคุณภาพสูง ราคาก็ยิ่งแพงตามไปด้วย

           ระบบเสียง 3 มิตินี้จริงๆ เราคงคุ้นหน้า คุ้นตากับ Direct Sound 3D กันมานานแล้ว ถือเป็นระบบที่คุณภาพเสียงที่ดีในระดับหนึ่ง แต่ในปัจจุบัน เทค โนโลยีระบบเสียง 3 มิตินี้นั้นได้กำเนิดขึ้นมาอยู่หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบ A3D โดยเป็นระบบเสียงของ Aureal ซึ่งถือเป็นระบบเสียง 3 มิติ ที่มี ผู้รู้จักและ ให้การยอมรับมากอีกมาตรฐานหนึ่ง โดยเฉพาะจากผู้ที่พัฒนาทางด้านเกมทั้งหลาย เนื่องจากระบบเสียง A3D นี้สามารถที่จะสังเคราะห์เสียง สามมิติที่มีความ สมจริง สมจัง ทำให้เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมได้มากยิ่งขึ้น และยังสามารถสังเคราะห์เสียงด้วยเทคโนโลยี HRTF ที่มีการสร้างตำแหน่งของเสียง ให้เกิดขึ้น รอบๆ ตัวของผู้ฟัง โดยใช้ลำโพงแค่ 2 ตัวในการแสดงผล แต่ถ้าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จะต้องใช้ลำโพงแบบ 5.1 วางรอบๆ ตัวของผู้ฟัง ระบบ A3D นี้ถูกพัฒนาขึ้นโดย Aureal Semiconductor มีการสังเคราะห์เสียงเหมือนเสียงสะท้อนจากกำแพง ซึ่งให้เสียงที่มีความถูกต้องสูง

โล้โก้ของระบบเสียง EAX Advanced HD ระบบเสียง A3D ที่ถูก พัฒนาขึ้นโดย Aureal ระบบเสียง Sensaura

           ระบบเสียง EAX (Environment Audio eXtension) เป็นระบบเสียงที่ทาง Creative ได้พัฒนาขึ้นมา ซึ่งซาวนด์การ์ดของ Creative รุ่น ใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะใช้มาตรฐานเสียงระบบ EAX แทบทั้งสิ้น เช่น ซาวนด์การ์ดในตระกูล Creative SB Audigy 2 ZS, Creative SB Audigy LS, Creative SB Live! Platinum และรุ่นอื่นๆ อีกมาก โดยในยุคแรกๆ จะใช้มาตรฐาน EAX 1.0 แต่ก็ยังถือว่ามีระบบเสียงไม่โดดเด่นมากนัก จนมาถึง ณ วันนี้ ระบบ EAX นี้ได้ถูกพัฒนาจนถึงมาตรฐานแบบ EAX 4.0 แล้ว และมีระบบ EAX Advanced HD ที่เห็นได้ค่อนข้างบ่อยในซาวนด์การ์ดรุ่นใหม่ๆ ซึ่งให้ ระบบเสียงที่มีพลังและมีมิติของเสียงที่ดี ทำให้ระบบนี้เป็นระบบเสียงที่สุดยอดอยู่ในตอนนี้ ระบบเสียงต่อมาคือระบบเสียงสามมิติแบบ Sensaura ที่ถือเป็น มาตรฐานดั้งเดิมอีกแบบหนึ่งที่ถูกคิดค้นจากประเทศอังกฤษ เป็นระบบที่จำลองเสียงขนาดเล็กให้มาอยู่ใกล้ๆ หูเรามากที่สุด ถึงแม้ว่าเมื่อก่อนระบบ Sensaura นี้จะมีประสิทธิภาพ ไม่โดดเด่นมากนัก แต่มาถึงวันนี้ระบบ Sensaura นี้ได้ถูกพัฒนาให้มีความสามารถที่สูงมากขึ้น มีมิติของเสียงที่ดี อีกทั้งยังรองรับกับ มาตรฐาน Direc Sound 3D อย่างเต็มที่ ซึ่งมาตรฐาน Sensaura นี้ส่วนมากจะพบในซาวนด์การ์ดของ Yamaha เป็นส่วนใหญ่

ซาวนด์การ์ดแบบ Internal และ External แบบไหนน่าใช้กว่ากัน
           ซาวนด์การ์ดที่มีอยู่ในท้องตลาดไอทีบ้านเรานั้นมีอยู่มากมายหลายแบบ ซึ่งหลายคนคงจะได้เห็นกันมาบ้างแล้ว ไม่ว่าแบบ Internal ที่ใช้เสียบเข้ากับ สล็อต PCI ของเครื่องคอมพิวเตอร์หรือแบบ External ที่ต่อเข้ากับพอร์ต USB หรือพอร์ตอื่นๆ แล้วแต่การออกแบบของซาวนด์การ์ดนั้นๆ ซึ่งซาวนด์การ์ดใน แต่ละแบบนี้ถ้าให้เลือกใช้กันจริงๆ หลายคนคงเลือกไม่ถูกว่าจะใช้ซาวนด์การ์ดแบบไหนดี เพราะว่าต่างก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป โดยจะขอแยก เป็นข้อๆ ดังนี้ครับ

ซาวนด์การ์ดแบบ Internal
ข้อดี
ข้อเสีย
• มีขนาดที่เล็ก น้ำหนักไม่มากนัก
• ได้รับอันตรายได้ง่าย เนื่องจากตัวของซาวนด์การ์ด
มีลักษณะเปลือยเปล่า
• มีพอร์ตเชื่อมต่อจำนวนมาก สามารถรองรับกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้มาก เช่น พอร์ต Game Port หรือ พอร์ต MIDI
• มีขั้นตอนในการติดตั้งที่มีความยุ่งยาก

ตัวอย่างซาวนด์การ์ดแบบ Internal ของรุ่น Creative E-MU 1820

ซาวนด์การ์ดแบบ External
ข้อดี
ข้อเสีย
• ติดตั้งได้ง่าย
• มีราคาที่ค่อนข้างสูง
• มีรูปทรงที่สวยงาม โดดเด่น
• ไม่ค่อยมีพอร์ตที่สนับสนุนพอร์ต Game Port หรือ พอร์ต MIDI
• สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวกสบาย
 
• มีความทนทานที่ค่อนข้างสูงกว่า
 

ตัวอย่างซาวนด์การ์ดที่เป็นแบบ External

ความเหมาะสมในการใช้งานร่วมกับลำโพง
           สิ่งที่ควรพิจารณาอีกอย่างสำหรับการเลือกซื้อซาวนด์การ์ดมาใช้ นั่นก็คือต้องรู้ถึงความต้องการของตนเองเสียก่อนว่าจะ นำซาวนด์การ์ดมาใช้กับ ลำโพงในแบบใด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์ อันสูงสุด หากนำมาใช้ไม่เหมาะสมกับลำโพงแล้วหละก็ อาจจะทำให้ดึงความสามารถ ของ ซาวนด์การ์ดออกมาได้ไม่เต็มประสิทธิภาพหรืออาจจะทำให้เสียงที่ออกมาไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร อย่างเช่น นำซาวนด์การ์ดที่มีการทำงานในแบบ 2.1 แชนแนลไปใช้ร่วมกับลำโพงในแบบ 4.1 แชนแนล ผลที่ได้ก็คือ ลำโพงไม่ได้รับความสามารถของซาวนด์การ์ดได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเสียงที่ได้จะออกมา ได้แค่ 2 ช่องทาง ซึ่งในทางปฏิบัติลำโพงทั้ง 4 ตัวนี้สามารถขับเสียงออกมาได้ ทั้ง 4 ตัวแต่ประสิทธิภาพของเสียงที่ได้นั้นจะด้อยลงตัว หรือถ้านำซาวนด์ การ์ดแบบ 5.1 แชนแนลไป ใช้ร่วมกับลำโพงแบบ 2.1 แชนแนล ซึ่งในการใช้งานนั้น ลำโพงนี้สามารถที่จะเปล่งพลังเสียงออกมาได้เต็มประสิทธิภาพ แต่ ซาวนด์การ์นั้นไม่สามารถที่จะใช้ความสามารถของมันได้เต็มที่ ซึ่งทำให้เกิดสถานะคอขวดขึ้นนั่นเอง แต่ถ้าคุณซื้อมาไว้ใช้เพื่อรองรับลำโพง ที่มีการทำ งานหลายๆ แชนแนลในอนาคตก็ไม่ว่ากันครับ

ซาวนด์การ์ดราคาประมาณไหนที่ คุ้มค่ากับการใช้งานมากที่สุด
           ในการเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ใดๆ ก็ตามสิ่งที่เป็นตัวจำกัดความสามารถของสิ่งที่เราจะซื้อนั่นก็คือ ราคาหรืองบประมาณในกระเป๋า ถึงแม้ว่าเราจะหวังสินค้าที่มีประสิทธิภาพสูงมากเพียง แต่ราคาของมันทำให้หลายๆ คนต้องเปลี่ยนความคิดไปเลยก็มี ซึ่งก็เหมือนกับการเลือกซื้อซาวนด์การ์ดดีๆ สักตัวมาใช้แหละครับ ยิ่ง ซาวนด์การ์ดที่มีประสิทธิภาพสูงก็ย่อมมีราคาที่สูงตามมาด้วย แต่ในการเลือกใช้งานกันจริงๆ ซาวนด์--การ์ดราคาแพงก็ไม่ดีเท่ากับเราเลือกใช้ซาวนด์--การ์ดได้เหมาะสม ซึ่งในคำว่าเหมาะสมนี้ อาจจะเหมาะสมในเรื่องของการใช้งานร่วมกับลำโพงที่เข้ากันได้ดี การปรับใช้งานได้อย่างเหมาะสม ราคาของซาวนด์การ์ดในตอนนี้นั้นถือว่ามีราคาที่ไม่แพงอย่างที่คิด ไม่เหมือนกับในอดีตที่ซาวนด์การ์ดยังไม่มีความนิยมมากนัก และมีราคาที่สูงมาก แต่ตอนนี้เราสามารถที่จะหาซาวนด์การ์ดในแบบ 4.1 หรือ 5.1 แชนแนล ได้ในราคาเพียงไม่กี่ร้อยบาท ถ้าไม่เน้นในเรื่องแบรนด์มากนัก อันนี้ก็คงอยู่ที่กระเป๋าคุณแล้วหละครับ ถ้ากระเป๋าคุณหนักคุณก็สามารถมีซาวนด์การ์ด ดีๆ ไว้ใช้อย่างไม่ยากนักครับ

คำศัพท์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ การเลือกซื้อซาวนด์การ์ด
           เราคงรู้กันแล้วว่าเจ้าเครื่องซาวนด์การ์ดที่เราเห็นอยู่นี้ถึงแม้ว่าจะมีขนาดที่เล็ก แต่ก็ถือว่ามีรายละเอียดที่น่าสนใจอยู่มากเลยทีเดียว ถ้าศึกษาไม่ถ่องแท้อาจ จะทำให้เกิดปัญหาในการเลือกซื้อได้ครับ โดยเฉพาะศัพท์ทางเทคนิคต่างๆ ที่บ่งบอกถึงความสามารถของซาวนด์การ์ดนั้นๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนการเลือกซื้อ ซาวนด์ การ์ดสักตัวนั้นควรจะต้องเข้าใจกับศัพท์เหล่านี้เสียก่อนครับ เมื่อท่านรู้ศัพท์เหล่านี้แล้วหละก็ผมว่าคงไม่ใช่เรื่องที่จะหาซาวนด์การ์ดดีๆ สักตัวไว้ใช้งานกันครับ

  • FM Synthesis
               สำหรับระบบ FM Synthesis นี้ เป็นรูปแบบอย่างหนึ่งในการสังเคราะห์เสียงของซาวนด์การ์ด ซึ่งระบบ FM Synthesis ที่บอกมานี้ถือว่าเป็น ระบบที่มีใช้กันมานานแล้วในซาวนด์การ์ดรุ่นเก่าๆ โดยหลักการในการสังเคราะห์เสียงของระบบนี้ก็คือ จะทำการสร้างโทนเสียงจากคลื่นความถี่ ที่แตก ต่างกันไป เพื่อทำการจำลองเสียงให้เหมือนกับเสียงของเครื่องดนตรีต่างๆ เช่นทำการสังเคราะห์เสียงให้เหมือนกับเสียงกลอง ซึ่งจะใช้ความถี่ต่ำในการ สร้างเสียง เสียงที่ได้จึงมีเสียงที่ทุ้ม หรืออาจจะใช้คลื่นเสียงที่มีความถี่สูงสร้างเสียงของเครื่องดนตรีที่ให้เสียงที่แหลม หรืออาจจะเกิดจากการผสมผสาน ระหว่างคลื่นเสียงความถี่ต่ำและความถี่สูงเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดเสียงที่ต้องการขึ้น ถึงแม้ว่าจะสังเคราะห์เสียงได้ดีปานใด แต่ก็ถือว่ายังมีเสียงที่ไม่สม จริงสมจังมากนัก
  • Wavetable Synthesis
               ระบบเสียง Wavetable Synthesis เป็นอีกรูปแบบหนึ่งในการสังเคราะห์เสียงที่ถูกพัฒนาให้มีความสามารถที่มากขึ้นกว่าแบบ FM Synthesis ซึ่งวิธีการของระบบ Wavetable Synthesis นี้จะทำการเก็บข้อมูลตัวอย่างของเสียงของเครื่องดนตรีต่างๆ ไว้ เมื่อมีการใช้งานขึ้น ซาวนด์การ์ดนี้ก็จะทำการเปรียบเทียบข้อมูลในตารางเสียงที่ได้เก็บเอาไว้ แล้วจะทำการสังเคราะห์เสียงให้มีความถี่ที่ใกล้เคียงกับสัญญาณเสียง ของเครื่อง ดนตรีที่ต้องการ ซึ่งจะทำให้เสียงที่ได้จากระบบ Wavetable Synthesis นี้มีความสมจริงสมจังมากยิ่งขึ้น โดยระบบนี้จะเห็นได้ค่อนข้างบ่อยใน ซาวนด์การ์ดรุ่นใหม่ๆ
  • MIDI (Music Instrument Digital Interface)
               ระบบ MIDI นี้เป็นระบบการสังเคราะห์เสียงอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจะทำการบันทึกเสียงของเครื่องดนตรีจริงๆ เก็บไว้ในชิปเพื่อเป็นฐานข้อมูลของ เสียง ซึ่งในการใช้งานแฟ้มข้อมูล MIDI เสียงเหล่านี้ มักจะใช้เป็นเพลงประกอบหรือเพลง Background ของเกมหรือ Application ต่างๆ ที่มีเสียง ค่อนข้างที่ จะละเอียด มีมิติของเสียงที่ดี ซึ่งระบบ MIDI สามารถ พบเห็นได้ในซาวนด์การ์ดรุ่นใหม่ๆ

สรุป
           จากบทความที่ได้อธิบายมาทั้งหมด คงพอจะทำให้ในการเลือกซื้อซาวนด์การ์ดสักตัวมาใช้งานกัน นั้น เกิดความง่ายดายในการเลือกซื้อกันบ้างไม่มากก็ น้อยนะครับ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยทราบรายละเอียดต่างๆ ของซาวนด์การ์ดมากนัก แต่ก็อย่างว่าครับถ้าศึกษาอย่างละเอียดแล้วหละก็ ซาวนด์การ์ดนี้ถือ ว่าเป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่มี รายละเอียดอยู่มากเหมือนกัน ถ้าหากเลือกมาใช้โดยไม่รู้ว่ามันมีความสามารถอย่างไรบ้าง อาจจะทำให้ในการใช้งานไม่ตรงกับความ ต้องการก็ได้ครับ ผมว่าในอนาคตอุปกรณ์อย่างซาวนด์การ์ดนี้จะมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ เพื่อรองรับกับความต้องการของมนุษย์ที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน หวังว่า เราคงจะได้เห็นและได้รับฟังเสียงที่มีคุณภาพจากซาวนด์การ์ด รุ่นใหม่ๆ ในเร็วๆ นี้นะครับ...