2.1 ISDN หรือ Integrated Services
Digital Network
เป็นระบบการสื่อสารผ่าน
อินเทอร์เน็ตที่ออกมารองรับระบบดิจิทัลผ่านโครงข่าย สายโทรศัพท์พื้นฐานโดยเฉพาะ
ที่จะมาเน้น การใช้งาน ทาง ด้านการรับส่งข้อมูลประเภทภาพ และเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต
เช่นการประชุมทางไกล, วิดีโอ-- สตรีมมิง, วิดีโอคอน เฟอร์เรนท์
โดยจะมี อุปกรณ์ ที่รอง รับการเชื่อมต่อใช้งานอยู่หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น
ISDN Modem, ISDN Telephone หรือ แม้แต่ ISDN Switch ที่จะคอยกระจายสัญญาณ
จากเครือข่าย ISDN จากภายนอกเพื่อมาใช้งานในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น
ด้าน อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โทรศัพท์ เป็นต้น
รูปแบบการให้บริการก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม
ซึ่งข้อดีของ ISDN ก็คือค่าใช้บริการจะมีลักษณะเดียวกัน กับ โมเด็มแบบ
56Kbps ก็คือ เสียค่าเชื่อมต่อครั้งละ 3 บาทตามอัตราค่าโทรศัพท์แบบปกติ
ซึ่งถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับ ประสิทธิภาพ และความเร็วที่ได้จากการใช้งาน
แต่ก็จะ มีปัญหา เดียวกันกับที่พบในโมเด็มแบบ 56Kbps ก็คือจะมีปัญหาสายโทรศัพท์ไม่ว่าง
ปัญหาสายหลุดในระหว่างการใช้งาน แต่ ISDN ก็ยังสามารถรวบรวมบริการ
หลายๆอย่างไว้ในสายคู่สายเดียว และสามารถติดตั้ง ร่วมกับอุปกรณ์ปลายทางได้สูงสุดถึง
8 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น เครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ โทรสาร และ อื่นๆ
โดย ใช้เทคโนโลยี TDM หรือ Time Division Multiplexing ที่จะสามารถแบ่งจำนวนช่องสัญญาณได้หลายแบบ
ไม่ว่าจะเป็นช่องสำหรับ สัญญาณอนาล็อก, ช่องสำหรับสัญญาณดิจิตอลสำหรับข้อมูล,
ช่องสำหรับสัญญาณดิจิตอล, ช่องสำหรับสัญญาณควบคุมต่างๆ
ISDN
สามารถสนับสนุนความเร็วได้ตั้งแต่ 57.6Kbps - 144Kbps ซึ่งรูปแบบที่ให้บริการสำหรับ
ISDN นั้นจะมีอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน นั้นคือ
Basic Access Interface 2B+D หรือ BRI ที่มีแบนด์วิดท์ทั้งหมดเท่ากับ
144Kbps โดยรหัส B จะหมายถึง ช่อง สัญญาณ เลข 2 เป็นจำนวนช่อง
ฉะนั้น 2B ก็หมายถึงมี 2 ช่องสัญญาณ ซึ่งแต่ช่องสัญญาณจะสามารถส่งผ่านข้อมูลได้สูงสุดที่
64Kbps จึงรวมเป็น 128Kbps แต่รหัส D ที่ใช้เป็นช่อง สำหรับ สัญญาณควบคุมจะมีจำนวน
16Kbps ฉะนั้นเมื่อเอา ทั้งหมด มาเข้าสมการ 2B+D จึงได้จำนวนแบนด์วิดท์
เท่ากับ 144Kbps ซึ่งการ เชื่อมต่อแบบ นี้จะเหมาะกับผู้ใช้ในทุกๆ
ระดับ ตั้งแต่ผู้ใช้ตามบ้านจนไปถึงองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่
Primary Rate Interface 23B+D กับ 30B+D หรือ PRI ที่มีแบนด์วิดท์ระหว่าง
1.544Mbps - 2.048Mbps ซึ่งขนาดแบนด์วิดท์ก็จะขึ้นอยู่กับประเทศหรือภูมิภาคที่ใช้งาน
โดยจะใช้สายนำสัญญาณทั้งแบบ T1 Carrier และ E1 แทนการ ใช้สายโทรศัพท์
พื้นฐานเหมือนกับแบบ BRI ซึ่งแบบ PRI นี้จะเหมาะกับองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่
ที่ต้องการช่องสัญญาณ ขนาดใหญ่เพื่อรองรับกับข้อมูลจำนวนมากๆ
|
| เทคโนโลยี
DSL (Digital Subscriber Line) |
2.2 เทคโนโลยีตระกูล XDSL หรือจะเรียกว่า
DSL (Digital SubscriberLine)
สำหรับเทคโนโลยีการสื่อสารความเร็วสูงพวกนี้จะถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อปรับปรุงให้คู่สายทองแดงอย่างสายโทรศัพท์พื้นฐาน
ทั่วไป มีความสามารถในการส่ง ผ่านข้อมูลต่างๆ ให้ได้ประสิทธิภาพและความเร็วที่มากขึ้น
โดยใช้เทคนิคการเข้ารหัสสัญญาณข้อมูล ใน ย่านความถี่ที่สูงกว่า
เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนต่อการใช้ งานโทรศัพท์ทั่วไป โดยความถี่ที่ใช้จะอยู่ในช่วง
300MHz ถึง 3200MHz ที่เป็นคนละความถี่ที่ใช้ในสัญญาณโทรศัพท์นั้นผู้ใช้จึงสามารถที่จะใช้งาน
เทคโนโลยีนี้ไปพร้อมๆ กับพูดคุยโทรศัพท์
สำหรับเทคโนโลยีตระกูล XDSL ก็มีอยู่หลายประเภท ได้แก่
HDSL หรือ High bit rate Digital Subscriber
Line
เป็นเทคโนโลยีที่มีความนิยมมากในกลุ่มของผู้ใช้ในองค์กร
หรือบริษัท โดยที่จะมี จุดเด่นก็ตรงที่จะทำงานการรับส่งข้อมูล
ในแบบ Full-Duplex ที่จะทำให้ความเร็ว หรือจำนวนของแบนด์--วิดท์ในการรับส่งที่เท่ากัน
HDSL ยังสามารถ ใช้ร่วมกับสาย โทรศัพท์แบบ Twisted-pair เท่ากับสาย
T1 ที่สามารถทำความเร็วในการรับส่งได้มากถึง 1.5Mbps ซึ่งในยุโรปสามารถทำ
ความเร็วได้ถึงกว่า 2Mbps ในระยะทางกว่า 3.6 กิโลเมตร
SDSL หรือ Symmetric Digital Subscriber Line
เป็นเทคโนโลยีที่สนับสนุน การรับส่งข้อมูลในแบบ Full-Duplex เหมือนกับ
HDSL ที่สามารถทำความเร็วในการ รับส่ง ข้อมูลที่ 1.5Mbps ในระยะทาง
3 กิโลเมตร โดยการทำงานนั้นจะสนับสนุนสายแบบ T1/E1 ได้ด้วย
IDSL หรือ ISDN Digital Subscriber
Line
เป็นเทคโนโลยีที่คล้ายกับ ISDN ก็ตรงที่สามารถ รับส่งข้อมูลได้ในความเร็วที่เท่ากัน
คือ 144Kbps และจะใช้สายนำ สัญญาณแบบ 2B1Q ที่ระยะทางไกลสุดถึง
4.5 กิโลเมตร ซึ่งไกลกว่า DSL ประเภทอื่นๆ แต่จะไม่รองรับการใช้งานโทรศัพท์
RADSL หรือ Rate Adaptive Digital
Subscriber Line
จะเป็นเทคโนโลยีที่มีรูปแบบคล้ายกับสมาชิก XDSL ตัวอื่นๆ แต่จะมีข้อแตกต่างอยู่บ้างก็ตรงที่ความเร็วในการ
Upstream จะขึ้นอยู่กับความเร็วในการ Downstream ก็คือถ้ามีการ
ใช้งานในการดาวน์โหลดมากก็จะทำให้การอัพโหลด ข้อมูลเป็นไปด้วยความล่าช้าอยู่มาก
และทางด้านของระยะทาง ก็เป็นปัจจัยส่ง ผลต่อความเร็วด้วย
VDSL หรือ Very high bit rate Digital
Subscriber Line
เทคโนโลยีนี้สามารถทำความเร็วในการรับส่งข้อมูลได้สูงที่สุดในสมาชิกของ
XDSL ทั้งหมด โดยการดาวน์โหลดข้อมูลจะ ได้ความเร็วสูงสุดที่ 52Mbps
และการอัพโหลดข้อมูลที่ 2.3Mbps แต่จุดด้อยที่ทำให้ VDSL ไม่เป็นที่นิยมมากนักถึงแม้จะมี
ความเร็วที่มากกว่าชนิดอื่นๆ ก็เพราะว่าระยะทาง ในการรับส่งข้อมูลความเร็วขนาดนั้นจะมีระยะทางได้แค่เพียง
1 กิโลเมตรเท่านั้น และราคาค่าติดตั้ง และใช้บริการก็สูงมาก
VoDSL หรือ Voice Over DSL
เทคโนโลยีนี้เป็นเทคโนโลยีที่กำลังเริ่มจะเป็นที่นิยมในบ้านเรา
โดยจะเป็นการพัฒนาทางด้านโทรศัพท์ผ่านระบบเครือข่าย อย่างที่เราๆรู้จักกันในนาม
VoIP
ADSL หรือ Asymmetric Digital Subscriber
Line
เป็นเทคโนโลยีที่กำลังมาแรงในบ้านเรา ซึ่งสำหรับ คออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั้งหลายจะต้องรู้จักกันดี
สำหรับเทคโนโลยี ADSL นี้ทางผู้เขียนจะกล่าวในหัวข้อ ต่อไปนี้
ADSL หรือ (Asymmetric Digital Subscriber Line) เป็นหนึ่งในสมาชิกของเทคโนโลยี
XDSL และกำลังเป็นการ ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รูปแบบใหม่
ที่มีความสามารถในการดาวน์โหลดข้อมูล (Downstream) ที่ความเร็วสูงสุดที่
8Mbps และการอัพโหลดข้อมูล (Upstream) ที่อัตราความเร็ว สูงสุด
1Mbps โดยจะเน้นใช้โพรโตคอลแบบ TCP/IP เป็นหลัก และใช้พื้นฐานของ
ATM จึงทำให้ ADSL สามารถรองรับกับแอพพลิเคชันลักษณะทางด้านมัลติมีเดียได้เป็นอย่างดี
โดยจะมีการ Modulation หรือการเข้ารหัสสัญญาณเป็น 3 ช่วง ซึ่งได้แก่
ความถี่ในการรับข้อมูล ความถี่ในการส่งข้อมูล และความ ถี่ของสัญญาณโทรศัพท์
สำหรับทางด้านโทรศัพท์จะแบ่งรหัสสัญญาณข้อมูลเสียงโดยการแยกความถี่ของเสียงที่มีความถี่ไม่เกิน
4KHz ออกจากความถี่ของสัญญาณข้อมูลที่มีความถี่ตั้งแต่ 2MHz ฉะนั้นผู้ใช้จึงสามารถใช้งานโทรศัพท์ร่วมไปด้วย
โดยไม่เกิด ปัญหาใดๆ ซึ่ง จะสามารถเป็นการประหยัดสำหรับผู้ที่อยากจะติดตั้งด้วย
เพราะสามารถ ติดตั้งร่วมกับสายโทรศัพท์พื้นฐานที่บ้าน ได้เลย
 |
 |
|
Billion BIPAC-711 CE2.0 ADSL Router แสดงด้านหน้าอุปกรณ์ |
Billion BIPAC-711 CE2.0 ADSL Router แสดงอินเทอร์เฟซเชื่อมต่อ |
การติดตั้งใช้งานเทคโนโลยี ADSL น่าจะเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะกับระบบเครือข่ายแบบ
WAN ที่จะมีการติดต่อกันหลาย ช่วงตั้งแต่ ADSL โมเด็มไปยัง Pots
Splitter ที่เป็นอุปกรณ์ที่ใช้แยกสัญญาณความถี่ระหว่างสัญญาณโทรศัพท์และข้อมูล
โดยจะ ติดตั้งอยู่กับผู้ใช้งาน และที่ชุมสายโทรศัพท์ และทำการส่งต่อไปให้อุปกรณ์ที่ทำหน้ารวบรวมสัญญาณต่างๆ
หรือ DSLAM ในชุม สายที่เปิดให้บริการอีกซึ่ง DSLAM หรือ DSL Access
Multiplexer จะรวบรวมทุกสัญญาณในชุมสาย นั้นส่งไปยังศูนย์ของผู้
ให้บริการโครงข่าย ADSL ด้วยสัญญาณดิจิตอลที่มีความเร็วสูง และจากนั้นผู้ให้บริการโครงข่ายจะมีหน้าส่งต่อไปให้
ISP ที่ท่าน ใช้อีกที ซึ่งถ้าชุมสายโทรศัพท์ยังไม่ได้ติดตั้งตัว
DSLAM ผู้ใช้ก็ไม่สามารถขอใช้บริการADSL ได้สำหรับอุปกรณ์ที่จำเป็นจะต้อง
ใช้ ได้แก่ ADSL โมเด็ม หรือจะใช้ ADSL เราเตอร์ ก็ได้หากต้องการในเรื่องของความปลอดภัยในการ
ใช้งานสูงๆ
