|
คุณเคยเบื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่คุณใช้ทำงานอยู่ทุกวันไหม
เวลาอยากจะขนย้าย หรือนำไปใช้งานนอกสถานที่ก็เป็นเรื่องที่
ลำบากใจลำบากกายกันอยู่ไม่น้อย หรือว่าจะซื้อโน้ตบุ๊กมาใช้ดี ลองเอามือล้วงกระเป๋าตังค์ออกมาดูแล้วก็คิดว่าคงไม่คุ้มกันแน่ๆ
เพราะ ราคาโน้ตบุ๊กหนึ่งเครื่องแพงกว่าเงินเดือนเดือนนี้ซะอีก ไม่เป็นไรครับ
ในครั้งนี้เรามีทางออกดีๆ กับประสิทธิภาพเจ๋งๆ มาฝากผู้ที่ชื่น ชอบพีซีขนาดเล็ก
ราคาประหยัด กันครับ...
บทบาทของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างเครื่องคอมพิวเตอร์ดูเหมือนจะได้รับการตอบรับจากผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ
เพราะความสามารถอันหลากหลายใน การทำงานที่มีตั้งแต่งานระดับล่างที่รองรับกับผู้ใช้ทั่วๆ
ไป จนไปถึงงานระดับใหญ่ๆ ในอุตสาหกรรมระดับประเทศ ซึ่งขนาดของงานทั้งหมดนี้ต่างก็จะถูก
รองรับการจัดการจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่มีขนาดต่างๆ กัน ถ้ายิ่งงานไหนมีขนาดใหญ่มากมีข้อมูลในระบบที่จะต้องจัดการมาก
เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ใช้ก็ จำเป็นที่จะต้องมีขนาดใหญ่มากขึ้นตาม
เพื่อที่จะได้รองรับกับงานนั้นๆ ได้อย่างสมบูรณ์ และเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด
แต่ในระยะหลังมานี้เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่เรียกกันว่า
PC ดูเหมือนจะได้รับความสนใจจากผู้ใช้ในบ้านเรามากกว่าแบบอื่นๆ เพราะจากผลพวง
ทางด้านราคาที่มีการปรัดลดต่ำลง จากแต่ก่อน และความสามารถในการสนับสนุนงาน
ด้านต่างๆ ได้มากกว่าเดิม Personal Computer หรือ PC มีการ พัฒนาขึ้นมาอยู่หลายรูปแบบแต่ที่เรารู้จัก
และคุ้นเคยกันมากที่สุดก็เห็นจะเป็นในแบบ เดสก์ท็อป เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์ในแบบเดสก์ท็อปสามารถ
ติดตั้งใช้ งานได้ง่าย ดูแลรักษาง่าย รวมไปถึงมีราคาที่ถูกกว่าเครื่อง--
คอมพิวเตอร์ในแบบอื่นๆ แต่มันก็จะมีข้อจำกัดของการพกพานำไปใช้งานในที่ต่างๆ
เพราะขนาดที่ ใหญ่เทอะทะ น้ำหนักที่มาก จึงทำให้เวลาจะนำไปใช้งานในสถานที่ต่างๆ
ทำได้ไม่สะดวกเท่าที่ควร ดังนั้นเจ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ในแบบเดสก์ท็อป
จึงจะเหมาะ กับการใช้งานตามบ้าน หรือตามสำนักงานที่ไม่ต้องเคลื่อนย้ายเครื่องคอมพิวเตอร์
บ่อยๆ มากกว่า ส่วนความต้องการเครื่องคอมพิวเตอร์ท ี่สามารถนำออกไปใช้
งานในต่างสถานที่นั้นจึงถูกทดแทนด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ อย่างอย่างโน้ตบุ๊ก
และพีดีเอ ที่มีราคาแพง และทำการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงทำการอัปเกรดได้
ยากกว่าในแบบเดสก์ท็อป
ในปัจจุบันจึงมีผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์หลายรายพยายามคิดหาวิธีลดขนาดเครื่องคอมพิวเตอร์ในแบบเดสก์ท็อปแทน
เพื่อที่จะลดข้อจำกัดในการติดตั้ง อุปกรณ์ของโน้ตบุ๊ก และ พีดีเอ รวมถึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของผู้ใช้ด้วย
และในที่สุดผู้ผลิตก็สามารถหาคำตอบเครื่องคอมพิวเตอร์ PC ขนาดเล็กให้ผู้ใช้ได้
อย่างลงตัวนั้นก็คือเจ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ Barebone
Barebone
เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่มีการลดขนาดของอุปกรณ์หลายๆ อย่างภายในเคสลง
เพื่อที่จะให้สามารถติดตั้งลงในเคสที่มีขนาดเล็กได้ อุปกรณ์ที่ได้รับการลดขนาดที่จะเห็นเด่นชัดที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นเมนบอร์ด
สำหรับเมนบอร์ดที่ติดตั้งมาพร้อม Barebone แต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อนั้นจะถูกผลิต
ขึ้นมาใช้กับ Barebone ตัวนั้นโดยเฉพาะ และไม่มีการแยกออกมาขายตามท้องตลาด
ซึ่งเมนบอร์ดที่ใช้ในเครื่องประเภทนี้ส่วนมากมักจะเป็นเมนบอร์ด ในแบบ
ALL-IN-ONE หรือ เมนบอร์ดที่มีการ ติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ไว้บนเมนบอร์ดโดยไม่ต้อง
ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม เรียกได้ว่าพร้อมใช้งานนั้นแหละ อาทิเช่น
การ์ด แสดงผลในแบบ ออนบอร์ด ซาวด์การ์ดในแบบออนบอร์ด และการ์ดแลนในแบบออนบอร์ด
ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ซีพียู แรม ฮาร์ดดิสก์ และซีดีรอมนั้น ทางบริษัท
ผู้ผลิตไม่ได้ติดตั้งมาให้ด้วย ฉะนั้นผู้ซื้อจะต้องไปซื้ออุปกรณ์พวกนี้มาทำการติดตั้งเอง
ก่อนอื่นเรามาดูวัสดุที่นำมาผลิตตัวเคส
(Chassis Material) กันก่อน วัสดุที่นิยมนำ มาผลิตตัวถังของเคสนั้นมักจะเป็นวัสดุจำพวก
อลูมิเนียม และ อะคลิริก ซึ่งจะมีน้ำหนักเบา และมีความแข็งแรงทนทานเพื่อให้เหมาะแก่การพกพาไปใช้งาน
ลักษณะเคสของเจ้า Barebone นั้นจะเป็นแบบ Small Form Factor ซึ่งจะแตกต่างจากเคสของเครื่องคอมพิวเตอร์ในแบบเดสก์ท็อปซึ่งจะมีอยู่
5 แบบ นั้นก็คือ Full Power, Medium Tower, Mini Tower และ Desktop
หรือ Slimline ซึ่งเคส แบบ Full Power นั้นจะมีรูปร่าง ที่สูงที่สุดในบรรดา
แบบ Tower ทั้งหมด ส่วนเคส ในแบบ Medium และแบบ Mini นั้นก็จะมี รูปร่างเล็กลงตามลำดับ
ซึ่งเคสในแบบ Tower จะมีลักษณะสูงขึ้นไปด้านบนที่มีลักษณะเหมือน ตึก
แต่สำหรับเคสในแบบ Desktop และ Slimline นั้นจะมีลักษณะที่วางราบตามแนวนอน
เพื่อที่จะสามารถวางจอภาพด้านบนของตัวเคสได้
Power
Supply เมื่อเจ้า Barebone มีขนาดของเคสที่เล็กกว่าปกติ ฉะนั้นตัวจ่ายไฟหรือ
ที่เรียกกันว่า เพาเวอร์ซัพพลาย ก็ต้องมีจำนวนการใช้ไฟที่น้อย กว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ในแบบเดสก์ท็อปด้วย
เพราะอุปกรณ์ต่างๆ ภายใน Barebone จะมีจำนวนที่น้อยกว่า สำหรับเพาเวอร์
ซัพพลายที่ใช้ก็จะมีอยู่ 2 แบบ นั้นคือ แบบที่ติดตั้ง ภายในเคสที่เราคุ้นเคยกันอยู่กับเครื่องในแบบเดสก์ท็อป
ทั่วๆ ไป กับอีกแบบที่จะติดตั้งใช้งานภายนอกเคส หรือที่เรียกว่า อะแดปเตอร์
ซึ่งก็จะมีการออกแบบมาโดยเฉพาะของแต่ละผู้ผลิตเพื่อที่จะสามารถพกพาไปไหนมาไหนพร้อมกับตัวเครื่องคอมพิวเตอร์
Barebone ได้อย่างสะดวก
คอนเน็กเตอร์และพอร์ตมาตรฐาน
(Connector & Port) บนตัวเครื่องนับว่าเป็นช่อง อุปกรณ์มาตรฐานที่จะสามารถสร้างจุดขายให้
Barebone แต่ละตัว รองมาจากความสวยงาม และฟังก์ชันใหม่ๆ เลยก็ว่าได้เพราะยิ่งถ้าทาง
ผู้ผลิตสามารถติดตั้งลงมาให้ในเครื่องได้ มากเท่าใดมันก็ยิ่งเป็นที่สนใจของผู้ใช้มากขึ้น
ตาม สำหรับคอนเน็กเตอร์และพอร์ตต่างๆ ของ Barebone ก็จะประกอบไปด้วย
Keyboard, PS/2 mouse, Serial port, VGA port, Parallel port, USB
port, RJ-45 port, IEEE1394, SPDIFI/O, Line-Out และ Line-In ที่ส่วนมากก็จะเป็น
คอนเน็กเตอร์และพอร์ตที่ใช้งานทั่วๆ ไปอยู่แล้ว นอกจากพอร์ตต่างๆ ที่อยู่ด้านหลังเคส
(Rear Panel) แล้ว ที่ด้านหน้าของเคส (Front Panel) ยังมีพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ
เพิ่มขึ้นมาอีกเพื่อการใช้งานที่ง่าย ขึ้นของผู้ใช้
เมื่อพูดถึงภายนอกเคสแล้ว
ก็ต้องมาดูภายในกันบ้าง การออกแบบภายในเคสนับว่ามีความสำคัญไม่แพ้กับภายนอกเคสเลยเพราะ
การที่จะจัดการพื้นที่ในการ ติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ลงในพื้นที่ที่มีขนาดเล็กได้นั้นเป็นเรื่องที่ลำบากอยู่พอสมควร
เพราะจะต้องคำนึงถึงระบบระบายอากาศภายในด้วย ดังนั้นอุปกรณ์ระบาย ความร้อน
ต่างๆ เช่นพัดลมซีพียู และฮีทซิงค์ มักจะถูกติดตั้ง มาให้ใช้กับ Barebone
แต่ละรุ่นโดยเฉพาะซึ่ง จะทำให้สามารถระบายความร้อนออกจากซีพียู และตัวเคสได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ฮีทซิงค์
หรืออุปกรณ์ที่ใช้ระบายความร้อนซึ่งก็จะมีลักษณะและรูปร่างที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับคุณภาพของฮีทซิงค์
และซีพียูที่ใช้ สำหรับวัสดุที่ใช้ส่วน ใหญ่ ก็จะคล้ายๆ กันก็คือ จะเป็นอลูมิเนียมที่มีสีดำ
หรือสีเงิน วัสดุอย่าง อลูมิเนียมนั้นจะมีคุณสมบัติในการถ่ายเทความร้อนได้ไม่ดีเท่าวัสดุอย่างเงิน
และทองแดง แต่ก็จะดีอยู่ตรงที่อลูมิเนียมมีราคาถูก ฉะนั้นผู้คนจึง
นิยมนำอลูมิเนียมมาใช้เป็นตัวระบายความร้อน หรือฮีทซิงค์ให้กับซีพียูนั้นๆ
นอกจากนี้แล้วยังมี ซิลิโคน และ Thermal Pad ที่จะช่วยในการระบายความร้อนออกจากซีพียูอีกครับ
FAN
หรือพัดลมระบายความร้อนนั้นจะมีอยู่สองแบบก็คือ พัดลมแบบ Sleeve Bearing
สำหรับพัดลมแบบนี้จะมีอัตราความเร็ว ในการหมุนของใบพัด ประมาณ 3,000-5,000
รอบต่อวินาที และจะมีเสียงในขณะที่พัดลมทำงานค่อนข้างที่จะดังมากกว่าในแบบ
Ball Bearing แต่ราคาถูกและหาซื้อได้ง่ายใน บ้านเราก็ คือ พัดลม ตัวเล็กๆ
ที่ขายหรือแถมมาพร้อมกับซีพียู
พัดลมแบบ
Ball Braing ซึ่งพัดลมในแบบนี้จะมีความเร็วของรอบในการหมุนใบที่เร็วกว่าในแบบ
Sleeve Bearing ซึ่งความเร็วจะอยู่ที่ประมาณ 5,000-6,000 รอบต่อนาที
และจะมีเสียงขณะทำงานที่เงียบกว่า Sleeve Braring แต่ข้อเสียของพัดลมแบบนี้คือจะมีราคาที่ค่อนข้างแพง
และจะหาชื้อได้ ยากกว่า
ฮีทซิงค์ที่น่าสนใจ
และโดดเด่นของ Barebone ในตลาดบ้านเราก็เห็นจะเป็นฮีทซิงค์ Barebone
จากค่าย Shuttle เพราะผู้ผลิตได้ คิดค้นเทคโนโลยี ICE หรือ Integrated
Cooling Engine ซึ่งเทคโนโลยีนี้เป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยในการระบายความร้อนที่เกิด
จากการทำงานของซีพียูให้สามารถลดลง อย่างรวดเร็วมากกว่า ฮีทซิงค์ในแบบปกติ
และพร้อมด้วยเสียงในการทำงานที่เงียบมากขึ้น
โปรเซสเซอร์
(Processor) หรือ ซีพียูหน่วยประมวลผลกลาง ก่อนจะเลือกซื้อเจ้าเครื่อง
Barebone ท่านก็ควรจะสังเกตกันซักนิดว่า Barebone ตัวนั้น สนับสนุน
หรือรองรับกับซีพียูชนิดใด ด้วยความเร็วในการประมวลผลเท่าไร ซึ่งโดยปกติแล้วผู้ผลิตก็จะผลิตออกมาร่วมใช้กับซีพียูอยู่ทั้งสองค่ายอย่าง
อินเทล กับซ็อกเก็ต 478 ที่รองรับความเร็วบัส (FSB) ตั้งแต่ 400/533/800MHz
และ เอเอ็มดี กับซ็อกเก็ต 462 ที่รองรับความเร็วบัส (FSB) ตั้งแต่
200/ 266/333/400MHz และตัวใหม่อย่างซ็อกเก็ต 754 ที่รองรับความเร็วบัส
(FSB) กับ 800MHz ในการเลือกใช้ซีพียูท่านก็ควรจะมองถึงความ จำเป็นให้
มากๆ เพราะซีพียูบางตัวมีราคาที่แพงกว่า เจ้าเครื่อง Barebone ซะอีกครับ
หน่วยความจำ
(Memory) หรือ Ram (Random Access Memory) สล็อตแรมที่ติดตั้งมาให้ก็จะสนับสนุนแรมในแบบ
DDR-SDRAM ทั้งหมด โดยจะรองรับตั้งแต่ DDR 200/266/333 และ 400 และยังมี
Barebone บางค่าย สนับสนุนแรมในแบบ Dual-Channel ด้วย ซึ่ง ข้อดีของ
DDR-SDRAM (Double Data Rate Synchronous Dynamic RAM) ก็คือ การที่
ทำงานทั้งรอบขาขึ้นและขาลงของสัญญาณนาฬิกา เช่น SDRAM ที่มีความเร็ว
200MHz หากเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ DDR SDRAM จะสามารถทำงานได้ที่ความเร็วสูงเป็นเท่าตัว
คือ 400MHz ฮาร์ดดิสก์ หรือ อุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลทุกๆ อย่างของเครื่องคอมพิวเตอร์
โดยจะเก็บตั้งแต่ระบบปฏิบัติการ โปรแกรม และข้อมูลต่างๆ สำหรับฮาร์ดดิสก์ที่ใช้ก็จะ
มีขนาด 3.5 นิ้ว กับมาตรฐาน SATA/ATA-100, ATA133/100 และจะใช้ฮาร์ดดิสก์ขนาด
2.5 นิ้วใน barebone บางตัวที่มีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถ ติดตั้ง ฮาร์ดดิสก์ขนาด
3.5 นิ้วได้ ซึ่งก็จะเห็นได้ใน Barebone จากค่าย Iwill รุ่น ZPC
สื่อที่ใช้บันทึก
และอ่านข้อมูล ช่องสำหรับสื่อที่ใช้บันทึก และอ่านข้อมูลก็มีมาให้ไว้ติดตั้งลงมาให้ก็มีอยู่หลายแบบด้วยกัน
อย่างเช่น ฟลอปปี้ดิสก์ไดร์ฟ ( Flop py Disk Drive) ขนาด 3.5 นิ้ว
ความจุ 1.44MB, CD-ROM, CD-RW, DVD-ROM, DVD/CD-RW Combo drive และถ้า
Barebone ที่มีขนาดเล็กมากไม่สามารถติดตั้ง CD-ROM ที่มีขนาดใหญ่ๆ
ได้ บางผู้ผลิตก็จะติดตั้ง CD-ROM แบบ Slim-type ที่ใช้ติดตั้งกับโน้ตบุกมา
ให้แทน หรือแม้กระทั่งสื่อบันทึก ข้อมูลขนาดเล็ก Card Reader หรือ
Media Reader ที่เป็นช่องเสียบด้วยการอ่านในแบบดิจิตอล ซึ่งก็จะมี
Memory Stick PRO, Compact Flash Type I, Compact Flash Type II, Smart
Media, Secure Digital, Multimedia Card, และ XD-Picture Card มาให้ไว้รองรับการใช้งานด้วย
 |
สล็อต
AGP และสล็อต PCI โดยส่วนมากแล้วการ์ดแสดงผลจะเป็นในแบบออนบอร์ด
ที่จะใช้ซิปแสดงผลอย่างเช่น nVIDIA, ATi, SiS และ Intel เป็นตัวประมวลผลการทำงานในด้านภาพ
แต่ก็จะมีบางค่ายเหมือนกันที่ได้ติดตั้งสล็อต AGP 4X และ 8X มาให้ด้วย
เผื่อผู้ใช้ยังไม่พอใน การ์ดแสดงผลในแบบ ออนบอร์ดที่ให้มา ก็สามารถ
ซื้อหาการ์ดแสดงผลที่ต้องการมาเพิ่มเติมได้ที่สล็อตนี้ และในส่วนสล็อต
PCI ที่ใช้กับพวกการ์ดต่างๆ นั้นก็มักจะติดตั้งมาให้ไม่มาก มายเหมือน
บนเมนบอร์ดทั่วๆ ไป ฉะนั้นท่านใดที่คิดว่าจะใส่การ์ด PCI อะไรต่อมิอะไรมากมายลงใน
Barebone เพื่อให้ใช้งานได้หลายๆ อย่าง ก็คงจะต้อง ผิดหวัง กันซะหน่อย
เพราะจากพื้นที่บน เมนบอร์ดที่จำกัดจึงสามารถติดตั้งการ์ดในแบบ PCI
มาให้ได้ไม่เกิน 2 สล็อตเท่านั้น
Barebone ที่น่าสนใจ
สำหรับ
Barebone ที่นำมาขายในบ้านเรานั้นก็จะมีอยู่หลายรุ่นหลายยี่ห้อ บางยี่ห้อเราก็จะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีเพราะเป็นผู้ผลิตเดียวกับผู้ผลิตเมนบอร์ด
เช่น ECS, GIGABYTE, Shuttle, Iwill, MSI และอื่นๆ ทั้งนี้ผมก็ได้ยก
ตัวอย่าง Barebone พร้อมสเปคเครื่องที่ น่าสนใจมาให้ท่านผู้อ่านได้ลองตัดสิน
ใจ
MSI MEGA
จะมีอยู่ 2 รุ่นด้วยกันคือ MEGA 180 และ MEGA 651 ข้อดีของ 2 รุ่นนี้ก็คือ
ความสามารถในการรวมการทำงานในด้านความบันเทิงได้อย่างครบถ้วน เช่น
ระบบ Hi-Fi Stereo ที่แยกการทำงานได้อย่างเป็นอิสระ โดยที่ท่านไม่ต้อง
Boot หรือเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ท่านก็สามารถเปิดฟังเพลง ฟังวิทยุได้
หรือ แม้จะเล่นอินเทอร์เน็ตท่านก็ไม่ต้องไปติดตั้งโมเด็มเพิ่มเติม
เพราะทาง MSI ได้ใส่โมเด็มในแบบออนบอร์ดไว้ให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
|
|
|
CPU
: Socket 462 for AMD Athlon XP /Duron /Athon and up
to AMD Athlon XP +3000
Chipset
: nVidia nForce2 (Crush18G)+Mcp2T and Integrated
VGA
Memory
: 2 DIMM DDR 333 (Dual Channel Support)
Expansion
Slots : PCI x1 + AGP(8 x) x1
Front
I/O : 6 in 1 Card Reader / Mic in/ Headphone x1 + USB
x2 +SPDIF x1 +IEEE1394 x2 (4 pin & 6 pin)
Rear
I/O : Parallel port x1 + VGA x2 +PS/2 x2 +Mic in/ Line
in/ Line out +USB x2 +LAN (RJ-45) x1 +SPDIF OUT x1
+Modem (RJ-11) x1
PSU
: 200W (PFC)
Chassis
: 202(W) x 320(D) x 151(H) mm
|
|
|
|
|
CPU
: Socket 478 for Intel P4 2.8G and above
Chipset
: SIS 651 + SIS 962
Memory
: 2 DIMM DDR 400 up to 2.0GB
Expansion
Slots : PCI x1 + AGP(4 x) x1, SATA x1
Front
I/O : 6 in 1 Card Reader / Mic in/ Headphone x1 + USB
x2 +SPDIF x1 + IEEE1394 x2
Rear
I/O : Parallel port x1 + VGA x2 +PS/2 x2 +Mic in/ Line
in/ Line out +USB x2 +LAN (RJ-45) x1 +SPDIF OUT x1
+Modem (RJ-11) x1
PSU
: 200W (PFC)
Chassis
: 202(W) x 320(D) x 151(H) mm
|
|
Shuttle
เป็นอีกหนึ่งผู้ผลิตที่ได้นำ Barebone ออกมาให้ผู้ใช้ได้เลือกซื้อกันมากมายหลายรุ่น
ส่วนรุ่นที่อยากจะแนะนำนั้นก็จะมี 2 รุ่น อีกเช่นกัน นั้นก็คือ Shuttle
SB75G2 กับ Shuttle SN85G4 อย่างที่บอกในตอนต้นแล้วว่าจุดเด่นของเครื่องจากค่ายนี้ก็คือเทคโนโลยี
ICE ฮีทซิงค์ อัจฉริยะ ที่สามารถระบายความร้อน ที่เกิดจากการทำงานของซีพียูได้อย่างรวดเร็วกว่าฮีทซิงค์ในแบบปกติ
ซึ่งเทคโนโลยี ICE นี้ก็จะถูกติดตั้งให้กับ Barebone ทุกตัวของค่ายนี้
และการที่ Shuttle ออกแบบเคสมาให้มีลักษณะที่เหมือน หรือคล้ายกันนั้น
ก็เพื่อให้ผู้ใช้สามารถที่เปลี่ยน Accessories ต่างๆ ที่ทาง Shuttle
ได้ผลิตออกมา ควบคู่กัน อย่างเช่น ฝาครอบเคสหลากสี แผ่น กรอบหน้าเครื่องที่เป็นอะคิลิกหลากสี
ที่สามารถให้ท่านซื้อหามาเปลี่ยนสีได้ตามความชอบ
|
|
|
CPU
: Socket 754(800MHz) for AMD Athlon64
+3200
Chipset
: nVidia nForce3 150
Memory
: 2 DIMM DDR 400
Expansion
Slots : PCI x1 + AGP(8 x) x1
Front
I/O : Card Reader/ Mic in/ Headphone x1 + USB x2 +Line-In
x1 +IEEE1394 x1(mini)
Rear
I/O : Parallel port x1 +Serial port x1 +PS/2 x2 +Mic
in/ Line in/ Line out +USB x2 +LAN (RJ-45) x1 +SPDIFI/O x1/1
PSU
: 240W (PFC)
Chassis
: 200(W) x 300(D) x 180(H) mm
|
|
|
|
|
CPU
: Socket 478 (533/800MHz) for Intel P4
Chipset
: Intel 875P + ICH5-R
Memory
: 2 DIMM ECC DDR 400 (Dual Channel Support)
Expansion
Slots : PCI x1 + AGP(8 x) x1 + SATA x1
Front
I/O : Mic in/ Headphone x1 + USB x2 + Line-In
x1 + IEEE1394 x1(mini)
Rear
I/O : PS/2 x2 +Serial port x2 +Mic in/ Line in/ Line
out +USB x4 + Gigabit LAN (RJ-45) x1 +SPDIFI/O x1/1
PSU
: 220W (PFC)
Chassis
: 200(W) x 300(D) x 185(H) mm
|
|
สรุปการเลือกซื้อ
แนวทางการเลือกซื้อก็จะมีอยู่
2 อย่างแนวทางใหญ่ๆ นั้นก็คือ หนึ่งซื้อ Barebone แท้ๆ แล้วนำมาติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ
เอง กับแนวทางที่สองคือซื้อ Barebone ที่ทางผู้ขายเขาได้ติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ
มาให้ครบแล้ว ซึ่งผู้ซื้อสามารถ ใช้งานได้ทันที อย่างแรกนี้น่าจะเหมาะกับผู้ที่พอจะมีความรู้ในด้านอุปกรณ์
คอมพิวเตอร์สามารถถอดประกอบติดตั้งอุปกรณ์เป็น แต่ผู้ที่ติดตั้งเป็นแล้วจะไปซื้อ
Barebone ในแบบที่ทางร้านเขาติดตั้งสำเร็จรูปมาแล้วก็ไม่ผิด แต่ก็ควรจะ
เปรียบเทียบราคาของทั้งสองแบบดูว่าใกล้เคียง หรือแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหนด้วย
รูปลักษณ์และสีสันที่สะดุดตา อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ ดึงดูดผู้ใช้
แต่ท่านก็ ไม่ควรมองแค่รูปลักษณ์ภายนอกแต่เพียงอย่างเดียว ควรจะมองถึงประสิทธิภาพในการรองรับกับอุปกรณ์ต่างๆ
ที่ อยู่ภายในเครื่องด้วย ว่าตรงกับงานที่จะต้องนำ ไปใช้หรือไม่ อย่างเช่น
ถ้าท่านต้องการนำไปใช้ในบ้านที่ต้องการเน้นความบันเทิงเป็น ก็ต้องมองเครื่องที่มีฟังก์ชั่นที่เน้นในด้านมัลติมีเดีย
อย่างพวก MP3, Audio CD หรือ AM/FM Radio Tuner หรือจะนำไปใช้ในสำนักงาน
Barebone ก็มีเครื่องที่เน้นเพื่องานในสำนักงานโดยเฉพาะ เช่น การสนับสนุน
แลนในระดับ Gigabit Ethernet ที่รองรับระบบเครือข่ายด้วยความเร็วสูง
ทั้งหมด ที่ผมได้บอกมานั้นอาจจะตอบความต้องการของท่านได้ไม่ทั้งหมด
แต่ทั้ง นี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับตัวท่านเองแล้วว่าจ้าว Barebone นวัตกรรมเครื่อง
PC ขนาดเล็กตัวนี้จะสามารถตอบความต้องการของท่านได้มากน้อยเพียงใด
สวัสดีครับ...
|