|
ออฟติคอลไดรฟ์ (Optical Drive)
อุปกรณ์ประเภท I/O (Input/Output Device) ส่วนหนึ่งของระบบคอมพิวเตอร์
ซึ่งมีหน้าที่ในการนำข้อมูลเข้าและออกจากระบบ ผ่านกระบวนการทำงานของแสงเลเซอร์
ปัจจุบันสื่อและอุปกรณ์ที่เป็นออฟติคอลไดรฟทั้งหลายมีการแตกแขนงออกไปเรื่อยๆโดยเฉพาะดีวีดี
จนอาจทำให้บางท่านสับสนต่อการใช้งานก็เป็นได้ โดยการแตกแขนงออกไปนั้นเป็นในเรื่องของเทคโนโลยีของไดรฟ์แต่ละตัวรวมถึงกระบวนการทำงานของแสงเลเซอร์ที่กำลังจะพลัดใบไปสู่สำแสงสีฟ้า
(Blu-Ray) เร็วนี้ หากถามว่าเพื่ออะไร คำตอบก็คือการใช้เทคโนโลยีสำแสงสีฟ้าจำทำให้สามารถขยายขนาดความจุบนแผ่นดิสก์ได้มากขึ้น
จากเดินการจัดเก็บในรูปดีวีดีสูงสุด 4.7GB และ 8.5GB เท่านั้นแต่เมื่อปรับการใช้แสงเป็นสีฟ้า
ด้วยขนาดการยิงที่สั้นลงทำให้ความละเอียดในการเขียนข้อมูลบนพิท(Pit)
ทำได้มากขึ้น ซึ่งนั้นมันก็เป็นเรื่องของอนาคตที่น่าติดตามกันต่อไป
...
สำหรับเครือข่ายของออฟติคอลไดรฟ์ที่เห็นๆและมีขายกันในปัจจุบันอันประกอบด้วย
ไดรฟ์ CD-ROM, DVD-ROM, COMBO, CD ReWriter และ DVD ReWriter ซึ่งทั้งหมดต่างก็มีหน้าที่การทำงานที่สัมพันธ์กัน
และไต่เต้าความสามารถขึ้นไปเรื่อย รวมถึงปัจจุบันได้ก่อเกิดเทคโนโลยีใหม่ๆมาอำนวยความสะดวกให้การใช้งานมากขึ้นด้วย
ทำให้การเลือกซื้อต่อไปอาจจะดูเพียงสเป็กอย่างเดียวไม่ได้อีกแล้ว เพราะประสิทธิภาพที่ได้เกิดจากการสั่งสมดั่งเดิมและเทคโนโลยีเสริมใหม่ๆ
จนอาจกล่าวได้ว่าพัฒนาการของไดรฟ์ได้ถล่ำไปอีกขั้นแล้ว
CD-ROM
อุปกรณ์อ่านข้อมูลชนิดซีดี
ที่ถูกบรรจุให้อยู่คู่คอมพิวเตอร์มาอย่างนมนาน จวบจนปัจจุบันพัฒนาการทางด้านความเร็วของอุปกรณ์ประเภทนี้ทะยานเข้าสู่เลขหลัก
60X แต่กลับกลายเป็นว่าปัจจุบันพิมพ์นิยมคือความเร็ว 52X ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหาซื้อได้ง่ายและรองรับต่อการอ่านแผ่นได้ดีด้วย
สำหรับการใช้งาน CD-ROM จะเป็นมาตรฐานอยู่บนคอมพิวเตอร์เป็นส่วนใหญ่
แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นว่ามีการดัดแปลงเอาจุดเด่นของไดรฟ์ตัวนี้ไปใส่กับเครื่องเสียงบนรถยนต์หรือตามบ้าน
นับเป็นแนวคิดที่ดี และประหยัดไปอีกทาง
ปัจจุบัน CD-ROM จะรองรับแผ่นขนาด
12 เซนติเมตร แล้วยังรองรับแผ่นที่มีขนาดมินิหรือปรับเป็นการ์ดคล้ายบัตรเติมเงินที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของดิสก์
8 เซนติเมตร ทำให้การพกพาสะดวกมากขึ้น แม้ปริมาณความจุจะให้ค่าตามขนาดรูปทรงดิสก์ก็ตาม
AOpen CD956E 
CD ReWriter
อุปกรณ์เพื่อการอ่านและเขียนแผ่นประเภทซีดี
ซึ่งเป็นการพัฒนาให้ไดรฟ์ประเภทซีดีสามารถเขียนข้อมูลบนแผ่นซีดีได้
ปัจจุบันความเร็ว 52X 32X 52X คือความเร็วสูงสุด และทำตลาดได้ดีที่สุดของไดรฟ์ประเภทนี้
ซึ่งคงไม่มีการพัฒนาความเร็วไปมากกว่านี้ เพราะการพัฒนานั้นจะไปเน้นดีวีดีซะมากกว่า
สำหรับตัวเลข 3 ตัวที่ได้เอ่ยไป มือใหม่หัดใช้อาจงง ดังนั้นเฉลยก็แล้วกัน
ซึ่งตัวเลข 3 ตัวเป็นการบอกความเร็วในการทำงาน โดยที่ค่า X แทนหน่วยที่ใช้วัดเป็น
150 กิโลไบต์ต่อวินาที ฉะนั้นหากความเร็วของเราเป็น 52X หมายความว่าไดรฟ์ของเรามีความเร็วในการทำงาน
52 * 150 = 7800 กิโลไบต์ต่อวินาที ส่วนตัวเลขที่มีให้ถึง 3 ตัว (52X
32X 52X) บ่งบอกอะไรไว้บ้างนั้นเราก็มีเฉลยอีก โดย 52X (ความเร็วในการเขียน
CD-R) 32X(ความเร็วในการเขียน CD-RW) 52X(ความเร็วในการอ่าน CD-ROM)
โดยที่รองรับขนาดแผ่นดิสก์ที่ 8 และ 12 เซนติเมตรเช่นเดียวกัน
และสิ่งที่เข้ามาอีกอย่างหนึ่งของไดรฟ์ประเภทนี้
ที่นับว่าสำคัญต่อการบันทึกมากนั้นก็คือขนาดของบัฟเฟอร์สำหรับพักข้อมูลก่อนบันทึกลงแผ่น
โดยปัจจุบันอยู่ที่ 2MB และ 8MB เจ้าสิ่งนี้ จะทำงานร่วมกับเทคโนโลยีบัฟเฟอร์ที่เรียกว่า
Buffer Underrun เพื่อป้องกันการผิดพลาดขณะเขียนแผ่น ซึ่งแต่ละผู้ผลิตอาจเรียกจุดนี้ต่างกันไป
แม้กระบวนการทำงานอาจต่างกัน ทว่าผลลัพธ์ที่ได้ก็เหมือนกัน
TDK AI-CDRW523252D
Combo Drive
อุปกรณ์ที่รวมการทำงานของไดรฟ์
CD ReWriter (อ่าน/เขียน) และ DVD-ROM(อ่านอย่างเดียว) เข้าไว้ด้วยกัน
ซึ่งจุดสังเกตความเป็น Combo Drive จะมีสัญลักษณ์
CD-RW และ DVD-ROM คู่กัน (แต่ถ้าเป็น OEM งานนี้ก็ดูหนักหน่อยนะครับ)
ซึ่งการผสานสองอย่างไว้ในไดรฟ์เพียงตัวเดียว แน่นอนประหยัดงบประมาณลงไปได้มาก
แต่ความสมบูรณ์ของไดรฟ์เฉกเช่นต้นขั้วของมันโดยแท้อาจไม่เต็มหน่วยมากนัก
สำหรับ Combo Drive จะว่าไปแล้วนอกจากการรวม CD ReWriter และ DVD-ROM
เข้าไว้ด้วยกันแล้วยังถือเป็นศูนย์รวมของอุปกรณ์สำหรับอ่านการ์ดหน่วยความจำ
(Card Reader) เพราะได้กำไรหลายต่อ กลับกลายป็นว่าสร้างจุดขายให้กับอุปกรณ์แนวนี้กันเป็นขบวน
ฉะนั้นเราจึงได้ตัวเลขเพิ่มจาก CD ReWriter มาอีกหนึ่งตัวติดทางด้านท้าย
เช่น 52X 32X 52X 16X ตัว 16X นี้และคือความเร็วการอ่านแผ่น
DVD-ROM หากถามว่าค่า X ของดีวีดีต่างจากซีดีมากไหมตอบได้เลยว่าเกือบ
9 เท่าตัว (CD 1X = 150 กิโลไบต์ต่อนาที, DVD 1X = 1,350 กิโลไบต์ต่อนาที)
ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้วความถี่ในการอ่านดีวีดีเหนือกว่าเยอะครับ
Apacer DISC STENO CP200
DVD-ROM
อุปกรณ์อ่านข้อมูลที่รองรับการอ่านได้ทั้งแผ่นซีดีและดีวีดี
ซึ่งมาตรฐานความเร็วมาหยุดอยู่ที่ 16X จนกระทั้งปัจจุบัน ซึ่งที่ขนาดความเร็วในระดับ
1X ของดีวีดีนั้นจะให้ความเร็วที่เหนือกว่า การทำงานของไดรฟ์ CD-ROM
ถึง 9 เท่า และด้วยราคาที่ถูกลงอย่างต่อเนื่อง จวบจนทุกวันนี้เงินเพียงหนึ่งพันบาทกว่าๆเท่านั้นก็มีสิทธิที่จะเลือกซื้อไดรฟ์ประเภทนี้ได้แล้ว
ฉะนั้นการเลือกซื้อแนะนำให้เลือกที่ระดับ 16X สำหรับไดรฟ์ประเภทนี้มักรองรับการอ่านดิสก์ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง
8 และ 12 เซนติเมตร เช่นเดียวกันกับไดรฟ์ CD-ROM ส่วนเรื่องโซนที่ถูกจำกัด
ก็ตัดปัญหาออกไปได้บ้างเมื่อมีโปรแกรมปลดล็อกโซนช่วยให้การจำกัดการใช้งานเหล่านั้นหมดไปได้บ้าง
Asus DVD-E616P2 
DVD ReWriter
อุปกรณ์ที่เรียกได้ว่าคือสุดยอดไดรฟ์เพื่อการอ่านและเขียนแผ่นในขณะนี้เพราะรองรับได้ทั้งซีดีและดีวีดี
บนมาตรฐานการบันทึกความจุ 4.7GB (Single Layer) และ 8.5GB (Double
Layer) แต่มาตรฐานความจุยังมีมากกว่านี้ ซึ่งก็ได้แก่ DVD 10, DVD
18 ทว่าการใช้งานกับไดรฟ์ประเภทนี้คงเป็นเพียงการอ่านเท่านั้น ซึ่งการบันทึกสื่อประเภทนี้ด้วยไดรฟ์
DVD ReWriter ยังไม่สามารถทำได้
นอกจากนี้คุณสมบัติในการใช้งานร่วมกับแผ่นดิสก์โดยเฉพาะดีวีดียังคล้ายกันไปซะหมด
โดยไม่มีการแบ่งแยกแล้ว ระหว่างความเป็นไดรฟ์ประเภทบวกหรือลบอย่างแต่ก่อน
เพราะในไดรฟ์ 1 ตัว สามารถที่จะรองรับได้ทั้ง 2 รูปแบบ (Dual Format)
ทว่าสิ่งที่จะเอามาแข่งขันน่าจะเป็นคุณสมบัติทางด้านความเร็วในการบันทึก
รวมถึงการรองรับสื่อที่เป็น DVD Double Layer และ DVD - Ram ซะมากกว่า
รูปแบบของแผ่นดีวีดี
DVD-R |
เป็นแผ่นที่สามารถทำการบันทึกได้เพียงครั้งเดียว ไม่สามารถทำการบันทึกซ้ำได้อีก |
DVD-RW |
คล้ายกับแผ่น DVD-R ที่สามารถทำการบันทึกข้อมูลได้ครั้งเดียว
แต่ต่างกันที่สามารถเขียนได้หลายครั้ง หรือลบแล้วเขียนใหม่ได้แต่ต้องทำกับข้อมูลทั้งแผ่น |
DVD+R |
เป็นแผ่นที่เมื่อเขียนแผ่นไปแล้วสามารถนำแผ่นกลับมาเขียนต่อได้อีก
แต่ไม่สามารถลบได้ |
DVD+RW |
คล้ายกับแผ่น DVD+R ต่างกันตรงที่สามารถเขียนและลบได้หลายครั้ง |
DVD-RAM |
สามารถเขียนและลบได้หลายครั้ง คล้ายกับแผ่น CD-RW และสามารถที่จะนำข้อมูลไปเขียนไว้ในส่วนใดก็ได้ของแผ่น
คล้ายกับฮาร์ดดิสก์ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องเขียนหรือลบทั้งแผ่น |
* หมายเหตุ : สำหรับขนาดความจุในส่วนของ
4.7GB (Single Layer) นั้นมีทุกรูปแบบ แต่ 8.5GB (Double Layer) นั้นยังมีให้เห็นเพียง
DVD+R เท่านั้น ส่วน DVD-R และ DVD+RW นั้นกำลังจะตามมา
Pioneer DVR-A09
BenQ DW1625
เทคโนโลยีแนวใหม่
สำหรับออฟติคอลไดรฟ์ในปัจจุบัน
ได้ถือกำเนิดเทคโนโลยีใหม่ๆที่เอื้อต่อการใช้งานให้มีความสะดวกขึ้น
รวมถึงเทคนิคบางอย่างที่มีเฉพาะไดรฟ์บางยี่ห้อเท่านั้นที่สามารถทำได้
แต่ก็ไม่แน่ที่ผู้ผลิตไดรฟ์ค่ายอื่นๆจะลอดลายมังกรทำบ้าง ไม่ว่าจะเป็น
- เทคโนโลยี Giga Rec. จาก Plextor กับการเขียนแผ่นเกินขนาดความจุจากแผ่น
700MB ไปสู่ 1GB หน้าตาเฉย
- เทคโนโลยีการทำ Book Type จาก BenQ ที่ช่วยให้แผ่นดิสก์ที่เคยใช้งานไม่ได้กับเครื่องเล่นทั่วๆ
ให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ
- และเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความสนใจอยู่ในขณะนี้ กับเทคนิคการทำ
LightScribe ที่ช่วยสร้างปกฝากฝังไว้บนแผ่นดิสก์โดยไม่ผ่านเครื่องพิมพ์
อาศับก็เพียงแต่ ไดรฟ์ + แผ่นดิสก์ + โปรแกรม ในการทำเท่านั้น
LightScribe Technology
จากสิ่งที่กล่าวมาคือบางส่วนของเทคโนโลยีออฟติคอลที่ควรรู้
และน่าที่จะแยกประเภทให้ถูกว่าไดรฟ์แต่ละประเภทมีดีอย่างไร จำเป็นมากน้อยเพียงไรในการใช้งานไดรฟ์เหล่านั้น
ทว่าหากมองย้อนเข้าไปในเรื่องของการเลือกซื้อไดรฟ์เพื่อมาใช้งานจริงๆ
เราควรมองสิ่งอื่นประกอบด้วย อันได้แก่
อินเทอร์เฟซ
ในส่วนของอินเทอร์เฟซ
สามารถแบ่งแยกรูปแบบการติดตั้งและดัชนีราคาได้เป็นอย่างดี ซึ่งเห็นได้ชัดว่าหากเป็นอุปกรณ์ที่มีการติดตั้งใช้งานภายในเครื่องหรือ
Internal นั้น มักมีอินเทอร์เฟซเป็นแบบ E-IDE รองรับการเชื่อมต่อตามมาตรฐาน
ATAPI โดยส่วนใหญ่มักมีการลำเลียงข้อมูลผ่านสายสัญญาณแบบ ATA 100 ที่แม้จะรองรับการเชื่อมต่อในแบบ
ATA 100 แต่ความสามารถในการถ่ายโอนข้อมูลก็ไม่เกิน DMA 2 หรือ 33 เมกะไบต์ต่อวินาที
และหากเป็นอุปกรณ์แบบติดตั้งใช้งานภายนอกหรือ External มักจะมาในรูปแบบของ
USB และ Firewire ที่สามารถใช้งานได้ทั้งเครื่องพีซีและแม็คอินทอช
แต่ต้องขอบอกไว้ ณ ที่นี้ว่า หากเลือกที่จะใช้งานอุปกรณ์เขียนแผ่นแบบ
External มักต้องเปลืองเงินขึ้นมาอีกเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับ Internal
แต่ก็น่าคุ้มค่ากับประโยชน์ใช้สอยที่เอื้อต่อการใช้งานได้มากขึ้นตามไปด้วยไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการเคลื่อนย้าย
การติดตั้งรวมถึงฟีเจอร์ที่เพิ่มขึ้นด้วย
 |
 |
| E-IDE Interface |
USB Interface |
หน่วยความจำบัฟเฟอร์
นับเป็นสิ่งสำคัญที่อุปกรณ์เพื่อการเขียนแผ่นโดยตรงขาดไม่ได้เลย
นั้นก็คือหน่วยความจำบัฟเฟอร์หรือบริเวณอันเป็นที่พักข้อมูลที่ถูกฝากฝังไว้บนตัวไดรฟ์
ในปริมาณความจุที่ต่างกันออกไป ซึ่งปัจจุบันขนาดหน่วยความจำบัฟเฟอร์ของไดรฟ์เขียนที่ขึ้นด้วยเลข
8 นั้น มีเพียงผู้ผลิตไม่กี่รายให้ความสนใจกับขนาดบัฟเฟอร์ในระดับนี้
ทำให้มีพื้นที่สำหรับพักข้อมูลก่อนถูกลำเลียงตามสภาวะการใช้งานเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ซึ่งความได้เปรียบที่ได้จากบัฟเฟอร์นี้อาจมองไม่เห็นประสิทธิภาพต่อการใช้งานด้วยพื้นที่ที่มีเหนือขนาดบัฟเฟอร์
2 เมกะไบต์ ถึง 6 เมกะไบต์ และโดยส่วนใหญ่เช่นกันที่ไดรฟ์เพื่อการอ่านแผ่น
เฉกเช่นไดรฟ์ CD-ROM และ DVD-ROM มักมีหน่วยความจำบัฟเฟอร์ในระดับที่ต่ำกว่าเนื่องจากอัตราการเรียกใช้หน่วยความจำบัฟเฟอรอันเกิดจากสภาวะการอ่านข้อมูลนั้นมีค่อนข้างน้อย
จึงไม่ส่งผลมากน้องต่อการเรียกใช้งาน ส่งผลให้ไดรฟ์ประเภทนี้จึงมีหน่วยความจำในปริมาณที่น้อยตามไปด้วย
และด้วยหน่วยความจำบัฟฟเฟอร์นี้เองได้สร้างความน่าเชื่อถือมากขึ้นขณะเครื่องปฏิบัติการลำเลียงข้อมูล
เพราะขณะทำการเขียนแผ่นอยู่นั้น เครื่องจะทำการดึงไฟล์ข้อมูลต้นแบบจากอุปกรณ์
Storage มายังตัวไดรฟ์เขียนข้อมูลก่อนทำการบันทึกลงแผ่น ซึ่งถ้าพื้นที่มากก็สามารถจัดเก็บข้อมูลไว้มากขึ้น
ช่วยให้การถ่ายออกของข้อมูลเพื่อทำการบันทึกลงแผ่นมีความต่อเนื่องและราบรื่น
นอกจากนี้แล้วหากมองลึกลงไปจะเห็นว่ามีเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทมากในเรื่องจัดการหน่วยความจำบัฟเฟอร์
ซึ่งได้สร้างความสมดุลให้บังเกิดขึ้นมาระหว่างการโอนถ่ายข้อมูล โดยเทคโนโลยีจัดการบัฟเฟอร์นี้
แม้มีชื่อเรียกและขั้นตอนในกระบวนการทำงานที่แตกต่างกันกันออกไปบ้าง
เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้งาน ซึ่งจุดนี้เองจึงทำให้มีผู้ใช้งานบางท่านเกิดการเรียนรู้ว่าเทคโนโลยีตัวไหนดี
และยึดติดเรื่อยมา แต่จุดประสงค์หลักสำหรับการเลือกใช้เทคโนโลยีของผู้ผลิตแต่ละค่ายนั้นกับตรงกัน
คือเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อการป้องกันหรือลดอัตราความเสี่ยงของการเกิดข้อผิดพลาดขณะทำการเขียนแผ่น
ช่วยให้แผ่นที่เขียนออกมาอยู่ในสภาพดี สมบูรณ์มากที่สุด ดังนั้นในการเลือกซื้อควรดูจุดนี้ให้ดีด้วยว่ามีการสนับสนุนบ้างไหม
อัตราการเข้าถึงข้อมูล
สำหรับอัตราการเข้าถึงข้อมูล
(Access Time) จุดบ่งบอกศักยภาพการทำงานของการเข้าถึงข้อมูลเมื่อเทียบกับเวลาที่สูญเสียไป
ซึ่งเป็นที่สังเกตเช่นกันว่าหากใช้ระยะเวลาในการเข้าถึงข้อมูลที่น้อย
ย่อมส่งผลให้มีการเรียกใช้งานเป็นไปด้วยความว่องไวขึ้น อีกทั้งความต่างด้านเวลาเข้าถึงข้อมูลของไดรฟ์เขียนแผ่นรูปแบบซีดีและดีวีดี
มักมีให้เห็นอยู่เสมอ ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว การเข้าถึงข้อมูลในรูปแบบซีดีมักทำได้ดีกว่าดีวีดีเสมอ
ฉะนั้นการเลือกซื้อควรเลือกที่ค่าเวลาที่ใช้ในการเข้าถึงข้อมูลน้อยๆ
เพื่อความรวดเร็วในการเรียกใช้งานยิ่งขึ้น
ฟังก์ชันเสริม
ปัจจุบันอุปกรณ์เขียนแผ่นได้เปิดรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ดิจิตอลมากยิ่งขึ้น
เพราะฟีเจอร์ที่เพิ่มขึ้นมานี้ได้สร้างจุดสนใจมายังผู้ใช้งานได้ไม่น้อย
เห็นได้ชัดจากการะแสการใช้งานอุปกรณ์ดิจิตอล เช่น กล้องดิจิตอล พีดีเอ
ปาล์ม และมือถือ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่มีการเรียกใช้งานหน่วยความจำ
ส่งผลให้มีการผลิตไดรฟ์เขียนข้อมูลที่มาพร้อมอุปกรณ์อ่านเขียนสื่อหน่วยความจำ
(Memory Card Reader) ผนึกไว้บนตัวไดรฟ์ โดยผู้ผลิตแต่ละค่ายนั้น มักผลิตอุปกรณ์อ่านเขียนสื่อหน่วยความจำที่มีช่องสำหรับใส่การ์ดเหล่านั้นไม่เท่ากัน
ซึ่งหากไดรฟ์ตัวใดสามารถรองรับการใช้งานกับสื่อได้มากกว่าถือว่าได้เปรียบ
และน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
นอกจากนี้แล้วอุปกรณ์บันทึกข้อมูลอย่าง CD ReWriter Combo Drive และ
DVD ReWriter แบบ External บางตัวสามารถทำงานร่วมกับสื่ออีเล็คทรอนิกส์อื่นๆเช่นเครื่องเสียง
โทรทัศน์ ได้อย่างน่าประทับใจ จึงเป็นจุดสนใจใช่เล่นเช่นกัน โดยความสามารถที่เอ่ยมานี้เปรียบได้กับ
เครื่องเล่นซีดีหรือดีวีดีที่มีขายกันตามท้องตลาด
อุปกรณ์ออฟติคอลไดรฟ์แต่ละประเภทต่างก็มีข้อดีอยู่ในตัวทั้งสิ้น
ดังนั้นการเลือกใช้งานอุปกรณ์แบบใดนั้น อันดับแรกที่ต้องดูคืองบประมาณที่จัดเตรียมมา
และควรดูเหตุจำเป็นด้วยว่าเราต้องการใช้งานอุปกรณ์ตัวนั้นในระดับใด
เพราะจุดนี้สามารถช่วยให้ท่านไม่สูญเสียเงินโดยใช่เหตุ หากได้เรื่องแล้วก็ให้ดูคุณสมบัติด้านต่างๆที่ตัวไดรฟ์นั้นทำได้ว่ามีมากน้อยเพียงใด
ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เฟซ หน่วยความจำบัฟเฟอร์ เทคโนโลยี อัตราการเข้าถึงข้อมูล
รวมถึงฟังก์ชันเสริมที่น่าสนใจ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการใช้งานครับ
|