|
การเลือกซื้อสแกนเนอร์ ซื้ออย่างไร
เลือกอย่างไรให้ตรงใจคุณ
การเลือกซื้อเครื่องสแกนเนอร์ในระดับมืออาชีพ
(Performance)
วิธีการเลือกซื้อเครื่องสแกนเนอร์สำหรับผู้ใช้ระดับสูง
เครื่องสแกนเนอร์ที่แนะกับผู้ใช้ในระดับนี้
จะต้องเป็นเครื่องสแกนเนอร์ที่มีความละเอียดที่สูง มีบิตสีในการสแกนที่มาก
มีความเร็วในการสแกนที่พอเหมาะไม่ช้าจนเกินไป สามารถสแกนได้ทั้งกระดาษธรรมดา
และแผ่นฟิล์ม มีขนาดและรูปร่างที่ไม่ใหญ่มากนัก
|
|
|
|
|
|
Canon CanoScan 9950F
|
Canon CanoScan 8400F
|
Epson Perfection 4990 Photo
|
HP ScanJet 8290
|
ในส่วนแรกเลยก็คงจะต้องมาเลือกกันที่ว่าหัวสแกนของเครื่องสแกนเนอร์ต้องการหัวสแกนแบบใด
แบบ CCD Flatbed หรือแบบ CIS Flatbed ซึ่งหัวสแกนทั้ง 2
แบบนี้มีความแตกต่างกันตรงที่ แบบCCD Flatbed จะมีความละเอียดในการสแกนรูปภาพ
และความเร็วในการสแกนที่สูงกว่าหัวสแกนแบบ CIS Flatbed
ส่วนขนาดของเครื่องหัวสแกนแบบ CCD Flatbed
จะมีความหนาและใหญ่กว่าเครื่องที่ใช้หัวสแกนแบบ CIS Flatbed
ความละเอียดสำหรับเครื่องสแกนเนอร์ในระดับมืออาชีพนี้ควรจะมีความละเอียดอยู่ที่
1200 x 1200 จุดต่อตารางนิ้วขึ้นไป
ยิ่งมีความละเอียดที่สูงก็จะทำให้ภาพที่ได้มีความละเอียดสูงขึ้น
แต่ในเครื่องสแกนเนอร์ในปัจจุบันจะสามารถปรับความละเอียดในการสแกนเพิ่มขึ้นได้อีกโดยใช้โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์เข้าช่วย
ความละเอียดที่ได้จากโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์จะอยู่ที่ 9600
จุดต่อตารางนิ้วขึ้นไป ต่อมาเป็นจำนวนบิตสีในการสแกนควรจะอยู่ที่ 48
บิตสี จะอยู่ในโหมด สี 48 บิต Input/ 24 บิต Output ส่วนโหมดสีเท่า 16 บิต
Input/ 8 บิต Output ส่วนความเร็วในการพรีวิวสแกนควรจะอยู่ที่ 7
วินาทีหรือน้อยกว่านั้น ส่วนพื้นที่ในการสแกนส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 216 x 197
มิลลิเมตร หรือกระดาษขนาด A4
ความสามารถของเครื่องสแกนเนอร์บางรุ่นจะสามารถสแกนรูปภาพหรือข้อความถูกบันทึกลงบนแผ่นฟิล์มได้
นับว่าเป็นตัวเลือกของผู้ใช้ที่ต้องการคุณสมบัติเพิ่มเติมอย่างอื่นอีก
ส่วนการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องสแกนเนอร์กับเครื่องคอมพิวเตอร์
ในปัจจุบันเครื่องสแกนเนอร์ส่วนใหญ่จะเชื่อมต่อผ่านทาง USB 1.1/2.0
อันนี้แล้วแต่เครื่องของผู้ใช้กับว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ใช้พอร์ต USB
เวอร์ชันใด ถ้าเป็น USB 1.1 ก็จะมีความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลน้อยกว่า USB
2.0 แต่ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลว่าถ้า USB ของผู้ใช้เป็น USB 2.0
แล้วจะไม่สามารถใช้ USB 1.1 ได้
สามารถใช้ได้ครับแต่ความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลจะช้าลงเพียงเท่านั้น
ส่วนในเรื่องพลังไฟที่ใช้ในเครื่องสแกนเนอร์บางรุ่นจะมี Adapter
ในการเชื่อมต่อเพื่อจ่ายพลังงานให้กับเครื่องสแกนเนอร์
แต่ในบางรุ่นจะสามารถใช้กระแสไฟจากเครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรงได้
นับเป็นข้อดีอย่างหนึ่งที่จะทำผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องหาปลั๊กไฟเพิ่มเติม
แต่ก็มีข้อเสียอยู่ตรงที่หาก Power Supply
ของเครื่องคอมพิวเตอร์มีกำลังไฟไม่เพียงพอแล้วอาจจะทำให้เครื่องสแกนเนอร์หรืออุปกรณ์บางอย่างไม่สามารถทำงานได้
ในส่วนระบบใช้ก็จะเป็น Windows 98/98SE/ME/2000/XP หรือ Mac OS 8.6-9.x
ส่วนในด้านเทคโนโลยีหรือโปรแกรมที่แถมมากับเครื่องสแกนเนอร์นั้น
อันนี้แล้วแต่ผู้ใช้ว่ามีความถนัดหรือใช้งานได้ง่ายหรือไม่
|
|
|
|
|
|
Canon LiDE 500F
|
Epson Perfection 2580
Photo
|
HP Scanjet 4070
|
Umax 1200
|
การเลือกซื้อเครื่องสแกนเนอร์ในระดับประสิทธิภาพคุ้มค่า
(Value)
การเลือกซื้อสแกนเนอร์ในแบบมีประสิทธิสมราคา
อย่างแรกก็คงเป็นเทคโนโลยีการสแกน มีทั้งแบบ CCD และแบบ CIS
แล้วแต่จะเลือกครับ แบบ CCD มีข้อดีตรงที่สามารถสแกนวัตถุได้ทั้ง 2 มิติ และ
3 มิติ (วัตถุ 2 มิติ คือ วัตถุที่มีเพียงด้านเดียว ส่วนวัตถุ 3 มิติ คือ
วัตถุที่มีทั้งด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้าง) แบบ CIS
ก็สามารถในการสแกนได้เหมือนกับ CCD
แต่จะด้อยกว่าในด้านประสิทธิภาพของภาพที่ได้จากการสแกน ส่วนตัวเครื่อง CCD
จะมีขนาดและน้ำหมักที่มากกว่า CIS ลำดับต่อมาคือ
ความละเอียดในการสแกนควรจะเลือกเครื่องสแกนที่มีความละเอียดในการสแกน 1200 x
1200 จุดต่อตารางนิ้วขึ้นไปครับ
แต่เครื่องสแกนเนอร์บางรุ่นยังสามารถเพิ่มความละเอียดได้ด้วยโปรแกรม(Software)
ตัวอย่างเช่น Up to 4800 Optimized หมายความว่า
สามารถปรับความละเอียดโดยใช้โปรแกรมที่มาพร้อมกับเครื่องสแกนเนอร์
ทำให้ได้ความละเอียดสูงสุดที่ 4800 จุดต่อตารางนิ้ว
ส่วนความละเอียดในการสแกนส่วนใหญ่จะเป็นแบบ 48 บิตสีอยู่แล้ว
จะทำให้ได้ประสิทธิภาพในการสแกนความคมชัดที่สูงขึ้นครับ
ต่อไปเป็นการเชื่อมต่อเครื่องสแกนเนอร์มีการเชื่อมต่อหลายแบบครับ ได้แก่
Parallel เป็นการเชื่อมต่อแบบธรรมดาที่สุด, USB 1.1/2.0
ทำให้การส่งผ่านข้อมูลได้รวดเร็วกว่า Parallel สะดวกในการติดตั้ง, SCSI
คล้ายๆ กับ Parallel แต่มีความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลสูงกว่า Parallel
และสุดท้าย FireWire
มีเครื่องสแกนเนอร์น้อยรุ่นที่จะใช้พอร์ตนี้ในการเชื่อมต่อ
เมื่อนำมาติดตั้งไว้ในเครื่องสแกนเนอร์จะทำให้มีราคาที่สูงขึ้น
ผู้ใช้ต้องเลือกด้วยว่าจะใช้พอร์ตอะไรในการเชื่อมต่อ ในปัจจุบัน USB 1.1/2.0
เป็นพอร์ตที่ใช้งานง่ายที่สุดแล้วครับ
ราคาก็ไม่แพงมากนัก สแกนเนอร์บางรุ่นยังมีความสามารถที่เครื่องสแกนเนอร์รุ่นอื่นไม่มีอีก
คือ การสแกนแผ่นฟิล์ม หรือแผ่นสไลด์ได้ครับ
นับเป็นสิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาแล้วได้ประโยชน์อีกไม่น้อยครับ
เมื่อผู้ใช้กำหนดสเปกของเครื่องสแกนเนอร์แล้วว่าต้องการแบบไหน
ความละเอียดในการสแกนเท่าไหร่ เชื่อมต่อผ่านทางพอร์ตอะไร
คราวนี้ก็ต้องมาดูกันที่เทคโนโลยีของบริษัทผู้ผลิตเครื่องสแกนเนอร์
ว่าผู้ใช้ใช้งานง่ายหรือไม่ การที่เราสามารถใช้งานเครื่องสแกนเนอร์ได้ง่าย
ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาในการอ่านคู่มือมากนัก
น้ำหนักกับขนาดของเครื่องสแกนเนอร์ส่วนใหญ่จะไม่ต่างกันมากกนัก
ก็แล้วแต่ว่าผู้ใช้ชอบเครื่องสแกนเนอร์หน้าตาแบบไหน สีอะไรครับ
|
|
|
|
|
|
Canon CanoScan 300ex
|
Benq S2W 5000
|
Epson Perfection 1270
|
HP Scanjet 2400
|
การเลือกซื้อเครื่องสแกนเนอร์ในระดับประหยัด
(Budget)
สำหรับผู้ใช้ที่มีงบประมาณในการจัดซื้อน้อย สแกนเนอร์ระดับBudget
ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดูจะเหมาะสมมากที่สุดและในตลาดบ้านเราตอนนี้ก็มีให้เลือกอยู่หลายรุ่นเช่นเดียวกัน
ในด้านของประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมก็ยังอยู่ในเกณฑ์ดีที่ใช้ได้เลยครับ
แต่ต้องพิจารณาจากใช้งานหลักของผู้ใช้เองด้วยนะครับ
อย่างที่เคยได้กล่าวไปถึงวิธีการเลือกซื้อในฉบับก่อนแล้ว
ครั้งนี้เราจะเข้ามาลึกอีกสักหน่อย สำหรับการเลือกซื้อสแกนเนอร์ระดับล่าง
ที่ทางผู้ใช้มีงบประมาณน้อยจะเลือกซื้ออย่างไรถึงจะใช้ได้
การเลือกซื้อสแกนเนอร์ระดับนี้เราต้องมาพิจารณาถึงองค์ประกอบหลักว่าเครื่องสแกนเนอร์ที่ทางผู้ใช้สนใจอยู่นั้นมีรุ่นใดบ้าง
ให้เอาราคาที่ใกล้เคียงกับงบประมาณที่มีอยู่หลังจากนั้นให้นำมาเปรียบเทียบกันว่ามีข้อแตกต่างกันในส่วนใดบ้าง
ด้านเทคโนโลยีของสแกนเป็นรู้ดีอยู่ว่ามีแบบ CIS และแบบที่เป็นCCD
ถ้าคุณต้องการเน้นประสิทธิในการสแกนวัตถุสามมิติ แนะนำให้ใช้เทคโนโลยีแบบCCD
จะดีกว่าเพราะการสแกนวัตถุที่เป็นสามมิตินั้นเทคโนโลยี CCD จะเหนือกว่าCIS
อยู่เล็กน้อย เนื่องจากระบบการทำงานจะต่างกัน
หากคุณต้องการเน้นที่ความรวดเร็ว
ประหยัดพื้นที่สามารถจัดเก็บได้สะดวกเมื่อไม่ได้ใช้งานก็ต้องเป็นแบบCISครับ
เพราะที่รู้ๆกันว่าข้อเสียของเครื่องสแกนเนอร์แบบที่ใช้เทคโนโลยีแบบ CCD
ตัวเครื่องค่อนข้างหนาและมีน้ำหนักมากกว่า เทคโนโลยีแบบ CIS พอประมาณครับ
จำนวนบิตสีควรเลือกที่เป็นมาตรฐานคือ 48 บิตสีจะดีกว่า
การเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เลือกที่คุณคิดว่าสะดวกมากที่สุด
อย่างเช่น ถ้าคุณใช้เครื่องพรินเตอร์ที่ต่อกับสาย Parallel
อยู่ก็ควรเลือกซื้อสแกนเนอร์ที่เชื่อมต่อแบบ USB หรือไม่ก็ FireWire
แทนจะได้ทำให้การทำงานสอดคล้องกัน
ทำงานร่วมกันได้ไม่ต้องมีปัญหาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาให้เสียเวลา
หากเครื่องพรินเตอร์ใช้เป็นUSB และถ้าคุณมีช่องUSB เหลือก็ตามสะดวกได้เลยครับ
เพราะการเชื่อมต่อแบบ USB นั้นจะรับ-ส่งข้อมูลได้เร็วกว่าแบบ Paralle
อยู่พอสมควร หรือถ้าหากว่าอยากลองการเชื่อมต่อแบบใหม่อย่าง FireWire
ก็ไม่ว่ากันครับ
แต่ต้องดูด้วยว่าเครื่องสแกนเนอร์รุ่นที่คุณต้องการสนับสนุนการเชื่อมต่อแบบนี้หรือไม่
เพราะที่เห็นกันในตลาดบ้านเราตอนนี้แบบราคาระดับล่างมีอยู่ไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่มีการเชื่อมต่อแบบ
FireWire ด้วย แถมไม่ทราบว่าจะมีการ์ดPCI ที่ไว้ต่อกับตัวเชื่อมต่อ FireWire
มาให้ด้วยหรือเปล่าในบ้างรุ่น จากการที่ได้ไปสำรวจมาในบางร้านมีแถมมาให้
บางร้านก็ไม่มีต้องเพิ่มเงินซื้อถึงจะได้
ทั้งๆที่น่าแถมมาให้พร้อมเครื่องสแกนเนอร์อยู่แล้ว
ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมลองคิดดูเล่นๆก็แล้วครับว่าทำไม
ส่วนของค่าความละเอียดในการสแกนคงเป็นไปไม่ได้ที่จะได้เครื่องสแกนเนอร์ที่มีค่าความละเอียดสูงๆ
แต่ก็ถือว่าเป็นค่าความละเอียดที่ใช้งานกันใน
ระดับปกติเป็นมาตรฐานอยู่แล้วครับ
ไม่ต้องเสียใจไปว่าเรามีงบประมาณน้อยไม่สามารถซื้อเครื่องสแกนเนอร์ที่มีค่าความละเอียดสูงๆได้
เพียงแค่คุณก็ใช้ทำงานได้ในระดับหนึ่งแล้ว
|