การเลือกซื้อซาวนด์การ์ด (Sound Card)

 

               ซาวนด์การ์ด ถือเป็นอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่งที่นับวันเริ่มมีผู้ให้ความสนใจมากขึ้นทุกวัน เพราะสามารถที่จะสรรค์สร้างพลังเสียงออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทุกวันนี้การผลิตซาวนด์การ์ดออกมาให้เราได้ใช้นั้น ล้วนแต่เป็นซาวนด์การ์ดที่มีคุณภาพที่ดีทั้งสิ้น แต่ก็มีความแตกต่างทางด้านใช้งานพอสมควร ดังนั้นในการเลือกซื้อซาวนด์การ์ดนั้น ควรจะต้องดูที่ความต้องการของคุณเป็นหลักครับ

           

 


                 ถ้ามองย้อนหลังไปในอดีต ท่านคงจะทราบถึงการพัฒนาการของซาวนด์การ์ด ซึ่งเมื่อก่อนในการผลิต
ซาวนด์การ์ดออกมาใช้งาน ซาวนด์การ์ดจะมีการผลิตที่ใช้กับสล็อตแบบ ISA ถ้าดูโดยรวมแล้วในการส่งข้อมูลของการ์ดแบบนี้มีการส่งข้อมูลค่อนข้างช้า และขนาดของการ์ดยังมีขนาดที่ใหญ่มาก ซึ่งออกจะใหญ่เทอะทะด้วยซ้ำไป อีกทั้งยังเป็นซาวนด์การ์ดที่ดึงความสามารถของคอมพิวเตอร์ของท่าน ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านมีการทำงานที่ช้าลง รวมทั้งเสียงที่ได้จากการ์ดแบบนี้ยังมีคุณภาพของเสียงต่ำมากๆ เมื่อเทียบกับซาวนด์การ์ดที่มีอยู่ในปัจจุบัน ผู้คิดค้นการ์ดแบบ ISA นี้ คงผลิตมาเพื่อใช้กับการใช้ร่วมกับคาราโอเกะ หรือการฟังเพลงเล็กๆน้อย แต่ก็นับเป็นซาวนด์การ์ดที่ได้รับความนิยมมากในขณะนั้น
                
                 แต่มาถึงในปัจจุบัน เครื่องมือ เทคโนโลยีต่างๆ ต่างก็มีการพัฒนาขึ้นมาก รวมไปถึงซาวนด์การ์ดที่คนรู้จักเป็นอย่างดี ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนารูปลักษณ์ของเจ้าซาวนด์การ์ดนั้นออกมาในลักษณะของการ์ดแบบ PCI ถ้าดูเรื่องขนาดแล้วมีขนาดที่เล็กกว่าการ์ดแบบ ISA มาก อีกทั้งในการส่งข้อมูลยังมีความเร็วที่สูงกว่าด้วย ดึงทรัพยากรภายในเครื่องน้อยลง อีกทั้งยังมีคุณภาพเสียงที่โดดเด่น มีการการกระจายของเสียงที่ดี ซึ่งมีหลายๆอย่างที่ดีกว่าการ์ดแบบ ISA มาก จึงทำให้ในการผลิตการ์ดแบบ ISA นี้ล้มเลิกลง เหตุผลอีกข้อหนึ่งที่ทำให้การ์ดแบบนี้หยุดการผลิตลง เนื่องจากเครื่องคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันนี้ที่ทำการผลิตออกมา และตัดสล็อตแบบ ISA นี้ทิ้งไปโดยสิ้นเชิง และมีการเพิ่มสล็อตแบบ PCI ขึ้นมาแทน ซึ่งไม่ว่าเป็นอุปกรณ์อย่างเช่น Card Lan , โมเด็มแบบ Internal หรือแม้กระทั่งการ์ดอื่นๆ ก็มีการผลิตขึ้นมาให้สนับสนุนการใช้งานร่วมกับสล็อตแบบ PCI ทั้งนั้น จึงทำให้การ์ดแบบ ISA นั้นได้หายไปจากคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน

                 นอกจากจะมีผลิตซาวนด์การ์ดแบบ PCI ออกมาใช้งานอย่างกว้างขวางในปัจจุบันแล้ว ซึ่งท่านคงจะเป็นหนึ่งในนั้นที่ใช้ซาวนด์การ์ดแบบ PCI นี้ แต่ก็มีอีกจำพวกหนึ่งที่ไม่ใช้ซาวนด์การ์ดแบบ PCI เนื่องจากยังมีราคาที่สูงอยู่ ซึ่งคนพวกนี้จะหันไปใช้ซาวนด์แบบ Onboard แทน โดยซาวนด์แบบนี้ไม่ใช่เป็นซาวนด์แบบการ์ดที่เราเห็นกัน แต่เป็นเพียงชิปตัวหนึ่งซึ่งอยู่บนเมนบอร์ดของเราที่ทำหน้าที่สร้างเสียงออกมา แต่คุณภาพยังไม่สูงมากเท่ากับซาวนด์การ์ดแบบ PCI ชิปซาวนด์แบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินในกระเป๋าไม่มากนัก สามารถที่จะใช้เพื่อเล่นเกม ดูหนัง เล็กๆน้อยๆได้ดีเลยทีเดียว แต่สำหรับคนที่มีเงินในกระปุกเหลือใช้มาก การที่ซื้อซาวนด์การ์ดแบบ PCI มาใช้งาน ถือว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง เพราะท่านจะได้สัมผัสพลังเสียงที่สุดยอดของซาวนด์การ์ดแบบนี้ ซึ่งเป็นเสียงที่ทุกคนอยากรับฟังแน่นอนครับ

                 เรามาดูการพัฒนาการของซาวนด์การ์ดแบบ PCI กันบ้าง การผลิตและพัฒนาของซาวนด์การ์ดแบบนี้ จากแต่ก่อนได้มีการผลิตที่สามารถรองรับการทำงานได้ถึง 2 แชนแนล โดยในขณะนั้นถือว่าเรียกเสียงฮือฮาได้อย่างมาก สามารถที่จะสร้างเสียงออกมาได้อย่างไพเราะ สามารถที่จะใช้ร่วมกับลำโพงจำนวน 2 ตัวได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างซาวนด์การ์ด Creative SB Vibra 128 ที่โด่งดังมากเมื่อก่อน ซึ่งมีราคาอยู่ประมาณ 1,000 บาท ถือว่ายังเป็นราคาที่แพงอยู่ในขณะนั้น จากนั้นมาก็ได้มีการพัฒนาประสิทธิการใช้ของซาวนด์การ์ดขึ้นเรื่อยๆ จากซาวนด์การ์ดที่เป็นแบบ 2.1 แชนแนล พัฒนาเป็นซาวนด์การ์ดที่สนับสนุนการทำงานแบบ 4.1 แชนแนล, 5.1 แชนแนล และแบบ 6.1 แชนแนล โดยได้พัฒนาควบคู่กับการพัฒนาของลำโพงแบบต่างๆ ที่สนับสนุนการใช้งานร่วมกับ
ซาวนด์การ์ดนี้
                 จนมาถึงวันที่ทุกคนรอคอย ล่าสุดก็ได้มีการผลิตซาวนด์การ์ดแบบ 7.1 แชนแนลออกมา ถือว่าเป็นสุดยอดซาวนด์การ์ดอยู่ในขณะนี้ นับว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่สร้างความฮือฮามากที่สุดในขณะนี้ก็ได้ โดยเฉพาะบุคคลที่ชอบเสียงเพลงเป็นชีวิตจิตใจ หรือแม้กระทั่งนักดนตรีต่างๆ ต่างก็คงรอคอยซาวนด์การ์ดแบบนี้อยู่เหมือนกัน ซึ่งสามารถให้เสียงที่สมบูรณ์แบบมากกว่าแบบต่างๆที่ได้กล่าวมา

ชนิดของซาวนด์การ์ด
                 ถ้าเราจะแบ่งชนิดของซาวนด์การ์ดนั้น เราสามารถที่จะแบ่งซาวนด์การ์ดออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ โดยนับจากอดีตจนถึงปัจจุบันได้ดังต่อไปนี้

1. ซาวนด์การ์ดแบบ ISA
                  ซาวนด์การ์ดแบบนี้เป็นซาวนด์การ์ดที่ผลิตออกมานานแล้ว โดยซาวนด์การ์ดแบบนี้จะใช้ร่วมกับเมนบอร์ดรุ่นเก่าที่มีสล็อต ISA นี้ติดมาด้วย ถ้ามองกันในเรื่องของระบบเสียงแล้ว ยังไม่สามารถให้เสียงที่มีคุณภาพออกมาได้ แต่ก็ถือว่าเป็นซาวนด์การ์ดที่โดดเด่นมากในสมัยนั้น แต่ในปัจจุบันซาวนด์การ์ดแบบนี้ไม่มีให้เห็นกันแล้ว

ตัวอย่างซาวนด์การ์ดที่เป็นแบบ ISA

2. ซาวนด์การ์ดแบบ PCI
                 โดยซาวนด์การ์ดแบบนี้ถือว่าเป็นซาวนด์การ์ดที่มีให้เห็นกันมากทั่วไปตามตลาดไอทีในบ้านเรา ซึ่งไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็คงจะเห็นซาวนด์การ์ดแบบนี้วางขายอยู่อย่างมากมาย อีกทั้งยังสามารถสังเคราะห์เสียงออกมาได้อย่างมีคุณภาพ ทำให้ซาวนด์การ์ดแบบนี้เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งก็มีให้เลือกใช้ตามอัธยาศัย ทั้งที่ราคาถูกจนเหลือเชื่อและที่ราคาแพงมากๆ จนทำให้หลายคนต้องเปลี่ยนความคิดมาใช้ซาวนด์การ์ดแบบธรรมดาแทน

3. ซาวนด์การ์ดแบบ External
                 จริงๆ แล้วเขาแบ่งซาวนด์การ์ดออกได้เป็น 2 ประเภท แต่ที่จัดซาวนด์การ์ดแบบ External ออกเป็นประเภทที่ 3 ก็เพราะว่าซาวนด์แบบนี้เริ่มมีให้เห็นกันมากขึ้นแล้ว อีกทั้งยังมีการติดตั้งที่แตกต่างจากซาวนด์การ์ดที่บอกมาข้างต้นด้วย โดยสามารถที่จะติดตั้งโดยผ่านทางพอร์ต USB ทำให้ในการใช้งานนั้นสามารถทำได้ง่ายยิ่งขึ้น

พอร์ตต่างๆ ที่มักพบบนซาวนด์การ์ด

                 1. ช่องต่อกับลำโพง ซึ่งมาพร้อมกับส่วนขยายสัญญาณ ( Amplified Speakers )
                 2. ช่อง Line-In ซึ่งเป็นช่องรับสัญญาณเข้าที่เป็นแอนะล็อก ซึ่งอาจจะเป็นช่องรับสัญญาณข้อมูลเสียงจากไมโครโฟน เครื่องเล่นซีดีหรือเครื่องเล่นเทป ฯลฯ
                 3. ช่อง Line-Out ซึ่งเป็นช่องที่ส่งสัญญาณแอนะล็อกออกไปยังอุปกรณ์ต่อเชื่อมต่างๆ
                 4. ช่องต่อ Digital-In ซึ่งตามปกติพอร์ตนี้ จะติดตอยู่กับตัวการ์ดเลย ซึ่งช่องสัญญาณดังกล่าวจะใช้รับสัญญาณดิจิตอล ที่เห็นส่วนมากคือจะใช้ต่อเข้ากับเครื่อง CD-ROM ของเครื่องคอมพิวเตอร์
                 5. ช่องต่อ Digital-Out ช่องนี้จะใช้สำหรับส่งสัญญาณดิจิตอลออกไปสู่อุปกรณ์หรือสื่อบันทึกข้อมูลแบบต่างๆ
                 6. ช่องต่อ HeadPhone หรือช่องต่อหูฟัง

                 จำนวนของพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ที่ได้บอกมาข้างต้นนี้ จะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของซาวนด์การ์ดนั้นๆ ยิ่งซาวนด์การ์ดที่มีการทำงานในแบบหลายแชนแนล ไม่ว่าจะเป็นแบบ 4.1, 5.1, 6.1 หรือ 7.1 แชนแนล ถ้าพอร์ตที่ได้บอกมานี้มีมากเท่าไร ก็จะทำให้ในการเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ต่างๆ สามารถทำได้หลากหลายมากขึ้นเท่านั้น และยิ่งซาวนด์การ์ดรุ่นใหม่ๆ ที่เราเห็นนั้น ได้ผลิตพอร์ตเชื่อมต่อที่แปลกใหม่ออกมาอยู่เรื่อยๆ เช่น พอร์ต Optical In, พอร์ต Optical Out, พอร์ต MIDI (In-Out) ทำให้ซาวนด์การ์ดนั้นๆ มีความสามารถที่มากยิ่งขึ้น

ตัวอย่างพอร์ตคอนเน็กเตอร์ต่างๆ ของซาวนด์การ์ด

เคล็ดลับเล็กๆน้อยๆในเลือกซื้อซาวนด์การ์ดสักตัวไว้ใช้งานกัน
                 มาถึงตรงนี้ คงทำให้ท่านคงจะรู้จักกับซาวนด์การ์ดในแบบต่างๆ กันมากขึ้นแล้วใช่ไหมครับ ในการที่ท่านจะหาซาวนด์การ์ดดีดีสักตัวไว้ใช้งานคงไม่ใช่เรื่องยากอีกแล้ว ขั้นแรกท่านควรรู้ก่อนว่าท่านจะนำซาวนด์การ์ดนี้ไปใช้งานเกี่ยวกับประเภทใด เพื่อที่จะได้ซาวนด์การ์ดที่เหมาะสมกับการใช้งานของท่าน เนื่องจาก Sound Card ก็เหมือนกับอุปกรณ์อื่น ซึ่งมีหลายรุ่น หลายความสามารถ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้า และความต้องการที่หลากหลายกันออกไป หากท่านต้องการซาวนด์การ์ดเพื่อนำไปใช้งานกับคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการฟังเพลง เล่นเกมเล็กๆน้อยๆ เราคงไม่ต้องการซาวนด์การ์ดที่มีศักยภาพในการสร้างเสียงแบบ 3 มิติที่ให้เสียงที่กระหึ่มและมีความสมจริงเท่าไหร่นัก ซาวนด์การ์ดแบบหลายๆ แชนแนลที่มีระบบสามมิติในแบบต่างๆ ก็ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้กับงานแบบนี้ แต่ถ้าต้องการเสียงที่มีความสมจริงมากขึ้น สามารถสร้างเสียงที่มีมิติ มีความไพเราะและความหนักแน่นจากเสียงที่ได้จากซาวนด์การ์ด ซาวนด์การ์ดแบบหลายแชนแนล จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เหมาะสำหรับบบรรดาคอเกมและคอเพลงทั้งหลาย หรือแม้กระทั่งนักดนตรีทั้งหลายที่หวังจะใช้ซาวนด์การ์ดนี้ในการอัดเพลงต่างๆ เพื่อให้เสียงที่ได้ดังมีคุณภาพ
                 งบประมาณเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับการที่จะซื้อซาวนด์การ์ดไว้ใช้งานกัน การลงทุนเพื่อแลกมาด้วยระบบเสียงที่มีคุณภาพระดับ High End คงจะต้องแลกกับงบประมาณที่สูงมาก บางทีอาจซื้อเครื่องใหม่ได้เลย หากคุณไม่ใช่คอเกมหรือคอเพลงขนานแท้หรือมีเงินเหลือใช้เยอะๆ แล้วคงไม่ต้องลงทุนถึงขนาดนี้ก็ได้
วิธีหาซาวนด์การ์ดมาใช้งานนั้น เมื่อท่านไปเดินตามตลาดไอทีต่างๆท่านคงจะพบว่าราคาของซาวนด์การ์ดนั้นมีความแตกต่างกันมาก มีทั้งที่มีราคาไม่แพงมากไปจนถึงที่มีราคาแพงเป็นหมื่นก็มี แล้วท่านจะรู้ได้ไงว่าซาวนด์การ์ดอันไหนเหมาะสมกับท่านมากที่สุด ทางที่ดีท่านควรจะทดสอบด้วยการฟังจากหูตัวเองเป็นดีที่สุด เนื่องจากแต่ละคนก็จะมีการฟังและความชอบที่แตกต่างกัน ควรให้ทางร้านทำงานทดสอบเสียงให้ฟังเสียก่อน เพราะบางครั้งซาวนด์การ์ดที่มีราคาแพง เสียงที่ออกมาอาจไม่ถูกใจเราก็ได้ ซึ่งบางร้านอาจไม่ทดลองให้ฟังก็ได้ก็ได้ ดังนั้นจึงควรต้องสอบถามจากคนรู้จักหรือจากคนอื่น เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบในการเลือกซื้อต่อไปครับ

บทสรุป
                  จากที่ได้ทราบรายละเอียดและความสามารถของซาวนด์การ์ดไปแล้ว คงทำให้ท่านทราบว่าซาวนด์การ์ดในแต่ละแบบนั้นมีความสามารถที่แตกต่างกันอย่างไร อีกทั้งยังสามารถสรรค์สร้างพลังเสียงที่มีความแตกต่างกันด้วย สำหรับท่านที่กำลังหาซาวนด์การ์ดดีดีสักตัวไว้ใช้งานแล้วหละก็ เมื่อท่านศึกษารายละเอียดต่างๆที่ได้บอกมาข้างต้นแล้ว คงทำให้ท่านสามารถที่จะตัดสินใจเลือกซื้อเลือกหาซาวนด์การ์ดที่เหมาะกับความต้องการของท่านได้อย่างไม่ยากเลยครับ...





วิธีการเลือกซื้ออื่นๆ